ดร.ชัชชาติ บอกว่า ระยะเวลาหาเสียงที่เหลืออยู่ จะงัดหมัดเด็ดในเรื่องของนโยบาย พยายามสื่อสารให้ตรงกลุ่มมากขึ้น แต่บางคนไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดีย จำเป็นต้องลงพื้นที่มากขึ้น 2 เดือนสุดท้าย เพราะถือเป็นจุดอ่อน และการสมัครก็ไม่ได้นามพรรค จึงไม่มีฐานหรือคะแนนเสียง หลายคนอาจไม่รู้จักในชุมชน
สำหรับกรณีที่ถูกโยงว่าสัมพันธ์กับพรรคการเมือง ส่วนตัวมองเป็นจุดแข็งที่ออกมาในนามอิสระ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ได้แนวร่วมเยอะ ได้คะแนนเสียง แต่มีคนพยายามโจมตีหรือหาความเชื่อมโยง ก็พยายามชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องการเมือง และไม่ได้ยุ่งจริงๆ มีเพื่อนอยู่หลายพรรค แต่การเป็นอิสระถือว่าจุดแข็ง อิสระในวิธีคิด หาเสียง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของพรรค
"ผมลงพื้นที่มีคนทักผิดว่าอยู่พรรค ถ้าจะหาประโยชน์ก็ได้ แต่ด้วยความจริงใจ ผมก็บอกไปว่าลงอิสระ ไม่ได้นามพรรค ไม่ได้ต้องการเอาเปรียบประชาชน ถ้าไม่ปฏิเสธก็เป็นการหลอกประชาชน แต่เพราะไม่อยากให้เข้าใจผิด ถ้าซื่อสัตย์ต้องทำให้ตลอด ส่วนเรื่องประเด็นคนแดนไกลไม่เกี่ยว ถ้าจะดู ดูที่ผม แต่ไม่สามารถกำหนดคนอื่นได้ ไม่มีความเห็น แต่ทำตรงๆ ลงอิสระ ผมดีใจที่มีคนสนับสนุน แต่คงไปควบคุมใครไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึง ก็ขอบคุณที่เห็นว่าทำงานได้ และผมลงอิสระ ไม่เคยไปใช้ทรัพยากรของพรรค ถ้าจะเลือกผม ต้องไว้ใจผม แต่ใครคิดอย่างไรคงห้ามไม่ได้" ดร.ชัชชาติ กล่าว
ดร.ชัชชาติ ยังกล่าวถึงกิจวัตรประจำวัน หลังเริ่มศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ยังตื่นเช้าเป็นประจำ ประมาณ 03.00 น. นอน ออกกำลังตามเดิม แต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไปบ้าง เพราะตอนนี้ปี่กลองเริ่มแล้ว ส่วนมารดาก็มีความเป็นห่วง ซึ่งมารดาบอกว่าถ้าลงอิสระ จะเป็นหัวคะแนนให้ แต่ถ้าในนามนามพรรคไม่ช่วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เงินอะไรมาก