"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์"ยัน 200 นโยบายต้องเดินพร้อมกัน ไม่เน้นข้อไหนพิเศษ รับจุดอ่อนพื้นที่ชั้นนอก ต้องเร่งเดินหน้าเข้าถึงให้มากขึ้น ยันลงอิสระปัดเอี่ยวพรรค ขอบคุณผลโพลยกนำผู้สมัครรายอื่น แต่ไม่ชะล่าใจ ชี้กทม.สนามปราบเซียน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม65 เปิดฉากกันมาอย่างเต็มสูบ ภายหลังกกต.กทม.ปิดรับสมัคร ได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.รวม 31 คน จากนี้เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติ และจะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 11 เม.ย.   อย่างไรก็ดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่ประกาศตัวก่อนหน้านี้ ก็ไม่รีรอเดินหน้าหาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง 

 

หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ถูกจับตามอง  หนีไม่พ้น  ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ผู้มีฉายาบุรุษผู้แข็งแกร่งในปฐพี  ได้มีโอกาสเปิดใจกับทีมข่าว "เนชั่นทีวี" ว่า การที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ส่วนตัวก็คงทำเต็มที่ และแข่งกับตัวเองมากกว่า คงทำให้ดีที่สุด โดยนโยบายคงไม่มีปรับเปลี่ยนอะไร แต่ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

 

ส่วนผลโพลออกมาแม้มีคะแนนนำ ถือว่าเป็นเรื่องดีว่าไม่ได้มาผิดทางมาก แต่ยึดเป็นอะไรมากไม่ได้ เพราะกลุ่มตัวอย่างไม่เยอะ คนกทม. เกือบ 5 ล้านคน และกรุงเทพถือว่าปราบเซียน แม้นำมาตลอดอาจพลิกตอนท้ายได้ ดังนั้น จึงไม่ได้ยึดเป็นที่มั่น ทำเต็มที่ เผื่อใจทุกด้าน

 

 

 

 

 

"วิเคราะห์พื้นที่รอบนอกมีประชากรจำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดอ่อน แพ้ชนะก็อยู่ตรงนี้ อย่างกรุงเทพตะวันออก หนองจอก มีน ประชากรมากขึ้น เพราะคนไปซื้้้อที่ เช่น หนองจอกจากแสนกว่า เป็น 1.9 แสน สายไหมเป็นเขตที่มีประชากรเยอะ หากใครชนะตรงนี้ก็มีโอกาสได้ ดังนั้น ต้องลงให้เยอะขึ้น ส่วนการจะให้ได้ใจ ก็ต้องลงฟังปัญหา เพราะประชาชนต้องการผู้ว่าฯ พบได้ พูดถึงได้ ไม่ใช่มาตอนเลือกตั้ง เป็นหลักการสื่อสาร คุยได้ในอนาคต" ดร.ชัชชาติ กล่าว

 

ดร.ชัชชาติ บอกว่า ระยะเวลาหาเสียงที่เหลืออยู่ จะงัดหมัดเด็ดในเรื่องของนโยบาย พยายามสื่อสารให้ตรงกลุ่มมากขึ้น แต่บางคนไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดีย จำเป็นต้องลงพื้นที่มากขึ้น 2 เดือนสุดท้าย เพราะถือเป็นจุดอ่อน และการสมัครก็ไม่ได้นามพรรค จึงไม่มีฐานหรือคะแนนเสียง หลายคนอาจไม่รู้จักในชุมชน

 

สำหรับกรณีที่ถูกโยงว่าสัมพันธ์กับพรรคการเมือง ส่วนตัวมองเป็นจุดแข็งที่ออกมาในนามอิสระ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ได้แนวร่วมเยอะ ได้คะแนนเสียง แต่มีคนพยายามโจมตีหรือหาความเชื่อมโยง ก็พยายามชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องการเมือง และไม่ได้ยุ่งจริงๆ มีเพื่อนอยู่หลายพรรค แต่การเป็นอิสระถือว่าจุดแข็ง อิสระในวิธีคิด หาเสียง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของพรรค

 

เปิดใจ"ชัชชาติ"เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทำจุดอ่อนเป็นจุดแข็งสลัดภาพพรรคการเมือง

 

 

"ผมลงพื้นที่มีคนทักผิดว่าอยู่พรรค ถ้าจะหาประโยชน์ก็ได้ แต่ด้วยความจริงใจ ผมก็บอกไปว่าลงอิสระ ไม่ได้นามพรรค ไม่ได้ต้องการเอาเปรียบประชาชน  ถ้าไม่ปฏิเสธก็เป็นการหลอกประชาชน แต่เพราะไม่อยากให้เข้าใจผิด ถ้าซื่อสัตย์ต้องทำให้ตลอด ส่วนเรื่องประเด็นคนแดนไกลไม่เกี่ยว ถ้าจะดู ดูที่ผม แต่ไม่สามารถกำหนดคนอื่นได้ ไม่มีความเห็น แต่ทำตรงๆ ลงอิสระ ผมดีใจที่มีคนสนับสนุน แต่คงไปควบคุมใครไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึง ก็ขอบคุณที่เห็นว่าทำงานได้ และผมลงอิสระ ไม่เคยไปใช้ทรัพยากรของพรรค ถ้าจะเลือกผม ต้องไว้ใจผม แต่ใครคิดอย่างไรคงห้ามไม่ได้" ดร.ชัชชาติ กล่าว

 

ดร.ชัชชาติ ยังกล่าวถึงกิจวัตรประจำวัน หลังเริ่มศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ยังตื่นเช้าเป็นประจำ ประมาณ 03.00 น. นอน ออกกำลังตามเดิม แต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไปบ้าง เพราะตอนนี้ปี่กลองเริ่มแล้ว ส่วนมารดาก็มีความเป็นห่วง ซึ่งมารดาบอกว่าถ้าลงอิสระ จะเป็นหัวคะแนนให้ แต่ถ้าในนามนามพรรคไม่ช่วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เงินอะไรมาก

เปิดใจ"ชัชชาติ"เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทำจุดอ่อนเป็นจุดแข็งสลัดภาพพรรคการเมือง

 

ส่วนนโยบายคงไม่ต้องการให้เริ่มอะไรเป็นสิ่งแรก เพราะมีถึง 200 นโยบาย ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำ คือ กทม. มีข้าราชการ 8 หมื่นคน อย่างแรก ต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาผลักดัน 200 นโยบายตั้งแต่แรก ผลักดันให้ 200 ข้อไปได้ ดังนั้น นโยบายต้องเดินพร้อมกันได้ เพื่อรับใช้ประชาชนแต่ละกลุ่ม แต่ละเขต 200 นโยบายที่เขียน วันแรกทำอะไรบ้าง ทุกคนมีงานทันที ทำเรื่องเดียวเรื่องคนก็จะมีน้อย ซึ่งเป็นหลักการบริหาร

 

"สโลแกนผม เราเข้าใจ มุ่งมั่น ทำงาน สิ่งที่ผมทำมานาน ไม่เน้นเรื่อง ไม่เกี่ยวข้องกับ กทม."  ดร.ชัชชาติ ระบุ