นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงแนวทางการลงพื้นที่หาเสียงหลัง ว่า หลังพบปะประชาชนพร้อมกับผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกล และนำเสนอว่า ส.ก. มีความสำคัญอย่างมาก อนุมัติงบประมาณเพื่อให้ผู้ว่าขับเคลื่อนนโยบาย คือ ส.ก.จึงเป็นผู้ที่ดูแลการใช้จ่ายภาษีของประชาชน หากได้ ส.ก.ไม่ดี เงินของประชาชน จะถูกใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้กับโครงการที่ไม่จำเป็น และยังออกกติกาที่ใช้ร่วมกันหากไม่อิงกับประชาชน กติกาที่ออกมา ก็จะริดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตั้งใจจะลงพื้นที่ครบทั้ง 50 เขต
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ เลือกตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 2 รองจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั้น ส่วนตัวมองว่า ยังเหลือเวลาอีกมาก และตนต้องทำงานอย่างหนัก ซึ่งการได้รับการพิจารณาที่มากขึ้นจากประชาชน ส่วนหนึ่งอาจมากจากประชาชนรู้สึกอัดอั้นกับปัญหาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะเมืองนี้ให้ราคาคนไม่เท่ากัน จึงต้องการคนกล้า เข้ามาแก้ ไม่ใช่คนที่จะเข้ามาบริหาร และเว้นวรรคปัญหาเหล่านี้ จึงได้รับการพิจารณาและความสนใจที่มากขึ้น