รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ระบุ กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าช่วงไตรมาส 2 สถาณการณ์เงินเฟ้อจะมีแนวโน้มสูงขึ้น 5% ซึ่งอาจจะหลุดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 1-3% นั้น มองว่ากรอบ 1-3% เป็นเป้าหมายของกรอบเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี ซึ่งต้องกลับมาดูว่าการทบทวนเป้าหมายในระยะสั้น ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราคาน้ำมัน และราคาอาหาร จะมีผลกระทบต่อดัชนีราคาสินค้าแค่ไหน ที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีเฉลี่ยแล้วเกิน 3% แต่หากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีขึ้น อาจทำให้เงินเฟ้อในระยะสั้นหลุดกรอบไปบ้าง แต่หากอัตราเฉลี่ยทั้งปียังคงอยู่ในกรอบ 1-3% คลังก็จะยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาดูแลเพิ่มเติม ซึ่งการขยับกรอบอัตราเงเฟ้อต้องหารือกับ ธปท.เพราะเป็นเรื่องของการเงินการคลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
รวมทั้งการจัดการเรื่องของต้นทุนราคาสินค้า โดยเฉพาะเรื่องเรื่องราคาอาหารสัตว์ และราคาน้ำมัน หากส่วนนี้สามารถจัดการได้เร็ว ก็จะช่วยให้ราคาสินค้า ไม่เพิ่มสูงขึ้น แต่สิ่งที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น ไม่สูงเกินไปคือการใช้มาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลออกมาในการตรึงราคาน้ำมัน แต่หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทุกประเทศก็จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเดียวกัน จากนั้นอาจจะต้องขอความกรุณาจากภาคประชาชนแบ่งเบาภาระครึ่งหนึ่ง และรัฐบาลก็ยังคงจะช่วยดูแลอยู่