ด้าน นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนจะทำการนัดแนะวันเวลากับเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำอีกครั้ง เพื่อมาทำการค้นหาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนัดหมายภายในสัปดาห์นี้ โดยต้องเลือกช่วงเวลาที่กระแสน้ำนิ่ง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงดึก หากเป็นช่วงสายถึงช่วงเย็นตอนนี้รู้แล้วว่า ไม่สามารถทำงานได้เพราะกระแสน้ำแรง โดยความปลอดภัยของทีมนักประดาน้ำถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยในวันนี้ก็ยังมีหลายจุดสำคัญที่บริเวณประตูกั้นน้ำที่ยังค้นหาไม่ครบ
ทั้งนี้ ฝากแจ้งประชาชนว่าให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากใครมีคลิปวงจรปิดที่เห็นเรือสปีดโบ๊ท ไม่ว่าจุดใดทั้งขาไปและขากลับ ขอให้ส่งมาที่ตน และหากใครเจอกับผ้ากระโปรงสีขาวก็ขอให้ช่วยเก็บไว้แล้วแจ้งมาด้วยเช่นกัน
ขณะที่นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ทีมทนายความพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า หลังลงเรือหาหลักฐานเพิ่มกับนายมงคลกิตติ์ ตนยังสงสัย ภาพที่แตงโม นิดา นั่งกินข้าวคนเดียวก่อนเกิดเหตุว่าเพื่อนหายไปไหน ก็เลยโทรหาร้านอาหารครัวนั้น ซึ่งทางร้านบอกกับตนว่าที่ร้านไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ร้านที่อยู่ติดกันมีกล้อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็เข้าไปเอาพยานหลักฐานทั้งหมดมาหมดแล้ว แต่นิสัยทนายอยากไปเห็นสถานที่จริง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง จึงจะมีการนัดหมายไปที่ร้านอาหารข้าง ๆ ครัวตานิด ซึ่งจะมีการบอกวันเวลาอีกครั้ง
ส่วนกล้องวงจรปิดที่พยานสำคัญ ไม่สามารถเปิดเผยอะไรมากได้ เนื่องจากอยู่สำนวนต้องเป็นนายเดชาเป็นคนพูด ตนทราบแค่ว่ามีแต่ภาพไม่มีเสียง ตนจึงจะเดินหน้าหาหลักฐานใหม่ และไม่มีความกังวลอะไรเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ก็ได้ให้กำลังใจด้วย