ปฏิบัติการคอนโทรลเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ เกิดจากความพยายาม "ผู้กองคนดัง" ออกมาเดินเกมเช็คเสียงพรรคเล็กบางพรรคในการยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 มี.ค. เช่นเดียวกับ ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ทำหน้าที่ขย่มรัฐบาลเป็นการถาวร ออกมาชี้ว่า 30 เสียงที่กระจายสังกัดพรรคเล็ก คือตัวแปรสำคัญในการชี้ชะตาอนาคตรัฐบาล "ลุงตู่"
ฉะนั้นแล้ว "พรรคเล็ก" อยู่ในสปอตไลต์การเมืองที่ทุกฝ่ายต่างจับจ้องจะโอนเอียงไปทางใด
หลายคนอาจจะงงว่า พรรคเล็กแบ่งเป็นกี่กลุ่มกี่ก๊วน หากไล่เรียงเฉพาะพรรคเล็กที่ยังสนับสนุนรัฐบาล ไม่นับพรรคเล็กที่อยู่กับฝ่ายค้าน คือ พรรคพลังปวงชนไทย กับพรรคไทยศรีวิไลย์ จะพบว่ามีพรรคเล็กที่ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี มีอยู่ 12 พรรค ในจำนวน 12 พรรคนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
หนึ่ง กลุ่มที่แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาล มี 8 พรรค 20 เสียง ประกอบด้วย พรรคพลังท้องถิ่นไท 5 เสียง / พรรคชาติพัฒนา 4 เสียง / พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง / พรรคประชาภิวัฒน์ 1 เสียง / พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง / พรรคพลเมืองไทย 1 เสียง / พรรคพลังธรรมใหม่ 1 เสียง / พรรคพลังชาติไทย 1 เสียง
สอง กลุ่มที่ประหนึ่งเหยียบเรือสองแคม รอความชัดเจน มี 2 พรรค 4 เสียง ประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง / พรรคเพื่อชาติไทย 1 เสียง / พรรคไทรักธรรม 1 เสียง
และสาม กลุ่มหนุน "ผู้กองธรรมนัส" แน่นอน ปัจจุบันมีแสดงท่าทีชัดเจน 1 พรรค คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ของ นายสุรทิน พิจารณ์
จากท่าทีของพรรคเล็กที่แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เมื่อนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับรายชื่อพรรคเล็กที่ได้รับการประสานเข้าไปเคลียร์ใจกับ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ จะทำให้เห็นร่องรอยว่าเหตุใดจึงต้องเรียกแกนนำพรรคเหล่านี้ไปเคลียร์ใจ
พรรคเล็กที่มีข่าวเข้ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ มี 6 คน 6 พรรค และอีก 1 คนจากพลังประชารัฐ แต่เป็นอดีตพรรคเล็ก
ประกอบด้วย พรรคประชาธิปไตยใหม่ คือ นายสุรทิน พิจารณ์ พรรคไทรักธรรม คือ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคเพื่อชาติไทย คือ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล และ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย คือ นายดำรงค์ พิเดช กลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มพลิ้ว รอความชัดเจนทางการเมือง และไปร่วมโต๊ะอาหารกับผู้กองธรรมนัส จึงไม่แปลกที่จะถูกเรียกเข้าไปเคลียร์กับ "บิ๊กป้อม"
อีก 2 พรรค คือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ โดย นายศุภดิช อากาศฤกษ์ และ พรรคพลเมืองไทย นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ โดย 2 พรรคนี้เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล แต่เคยบ่นน้อยใจว่าไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.หลายสมัย
นอกจากนั้น ยังมี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 ถูกเรียกเข้ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯด้วย โดย นายพิเชษฐ เคยเป็นหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย แต่ได้เลิกกิจการพรรค แล้วยุบรวมย้ายสังกัดเข้าพรรคพลังประชารัฐ แต่นายพิเชษฐสนิทสนมกับผู้กองธรรมนัส และมีแนวโน้มย้ายไปอยู่พรรรคเศรษฐกิจไทยด้วยกัน
ส่วนพรรคเล็กที่มีข่าวไม่ได้เข้ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ ได้แก่ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาภิวัฒน์ และพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยพรรคเล็กกลุ่มนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องท่าที และไม่เคยเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล
ฉะนั้นกลุ่มนี้ ซึ่งรวมถึงพรรคพลังชาติไทยอีก 1 พรรค (อดีตหัวหน้าพรรค คือ พลตรีทรงกลด ทิพย์รัตน์ เสียชีวิตไปแล้ว) จะไปปรากฏตัวพบนายกฯในวันที่ 17 มีนาคมทีเดียวเลย
ภาพที่กำลังเกิดขึ้น ในวันที่ 17 มี.ค. จึงเป็นการสร้างสัญญาใจก่อนเปิดสภาสมัยหน้าให้ "ลุงตู่" ได้เห็นว่า ขุมกำลังที่มาพร้อมหน้าพร้อมตาในวงสังสรรค์ นี่คือ ของจริงไม่ทิ้งกัน
พร้อมอุ้ม "นายกฯลุงตู่" ฝ่าด่านหินยกมือโหวตร่างกฎหมายสำคัญ รวมถึง ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่กำลังมาถึง
เมื่อมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ ก็ไม่ต้องกังวลอุบัติเหตุทางการเมือง พากันไปต่อ ตามไทมไลน์ของ"ลุงป้อม"
"เสร็จสิ้นภารกิจ เจ้าภาพเอเปค ในช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเหมาะสม ยุบสภา"
กล่าวตามประสาคอการเมืองไม่ต้องอ้อมค้อม นั่นคือ อยู่จนครบวาระ มี.ค. 2566 จากนั้นนายกฯประกาศยุบสภา กำหนดเลือกตั้งใหม่ นั่นเอง