โดยทั่วไป เมื่อเด็กนักเรียนไม่มีผู้อุปการะ อย่างน้อย ครูที่ปรึกษาจะเป็นบุคคลแรกที่น่าจะทราบเรื่อง เป็นธุระให้ อาจหารือกันหมู่ครู คณาจารย์ โดยเฉพาะครูแนะแนว ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ระบุชัดให้ทุกโรงเรียน จะต้องมีแผนกแนะแนว ที่ไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนต่อเท่านั้น แต่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของงานคุ้มครองนักเรียน ที่มีคุณภาพและเป็นระบบ
เมื่อเด็กมีปัญหา อย่าปล่อยให้ตัดสินใจกันง่ายๆ / ครูที่ปรึกษา ควรสืบหาข้อเท็จจริง เด็กยังมีญาติ ทั้งฝ่ายพ่อ ฝ่ายแม่ หรือไม่ อย่างไร ใครบ้างที่พร้อมรับไปดูแล หรือ ครูที่ปรึกษาอาจปรึกษาผู้อำนวยการให้ช่วยประสาน พัฒนาสังคม, มูลนิธิ, หรือหน่วยงานเอกชน ซึ่งทั้งหมด ในแต่ละเคส หากมีการติดตาม เด็กก็จะได้รับการคุ้มครอง แล้วไม่ว่าปัญหาความยากจน การไม่มีผู้อุปการะ การหาทุน ทุกอย่างก็จะได้รับการแก้ไขอย่างมีขั้นตอน
ปัญหา คือ ระบบคุ้มครองที่กล่าวมา ความเป็นจริง ไม่ค่อยเน้นกัน มีแต่ในตัวอักษร เพราะไม่เช่นนั้น ข่าวที่มีเด็กตกเป็นเหยื่อ จะมีน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ แต่กับเคสนี้ สิ่งที่เลวร้ายมากๆ ก็คือ เด็กคนนี้ ถูกกดทับ 3 สิ่ง 1. ความเหนือชั้นด้านประสบการณ์ของครูพละ บังคับเด็กไม่ให้บอกใคร 2.ความเป็นเด็กที่ไม่มีผู้อุปการะที่แท้จริง และ 3.ความทนทุกข์ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อถึง 8 ปี
นี่ ถ้าไม่ถึงขั้นต้องทำแท้ง ก็ไม่รู้ ความจริงจะถูกเปิดเผยหรือไม่