พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 กล่าวว่า คดีนี้ผู้กระทำผิดเป็นอดีตข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าเป็นใคร จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน สาเหตุที่ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุ เพรามีเหตุผลส่วนตัวเรื่องของหนี้สินต่างๆ จึงอยากจะนำทองไปขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้
โดยหลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้แล้ว ผู้ต้องหาได้มีการสารภาพว่าเป็นผู้กระทำจริง พร้อมกับสารภาพเพิ่มเติมอีกว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกับคดีชิงทอง เจ้าของร้านสะดวกซื้อ ร้านทุกอย่าง 20 บาท บริเวณโค้งครูบา อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 65 ใช้วิธีการก่อเหตุลักษณะเดียวกัน คือปลอมเป็นพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่ หลังจากจับกุมมาได้พบว่าชุดพนักงานส่งอาหารที่ใช้ก่อเหตุ ทางผู้ต้องหาได้เผาทำลาย ส่วนทองบางส่วนได้มีการนำไปฝังดินไว้ในสวนลำไย ข้างถนนลำพูน-ป่าซาง แต่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปตามกลับมาได้เกือบทั้งหมด มีบางส่วนที่ผู้ต้องหานำไปขายที่ จ.ตาก ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามกลับมาคืนให้กับผู้เสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำตัว ร.ต.อ.พิชัย อินต๊ะปัน ผู้ต้องหาเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ต้องหาว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง ผู้ต้องหาไม่ได้ตอบอะไรแต่ผู้สื่อข่าวสังเกตได้ว่ามีน้ำตาคลอเบ้า ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่ารู้ผิดและอยากขอโทษผู้เสียหายหรือไม่ ทางผู้ต้องหาทำเพียงพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
จากรายงานข่าวระบุว่า ก่อนที่ผู้ต้องจะก่อเหตุดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ไปกู้เงินมาจำนวนหนึ่งเพื่อมาลงทุนทำธุรกิจหลังวัยเกษียณกับภรรยา แต่ไม่สามารถหมุนเงินทำธุรกิจได้ทัน จึงไปกู้เงินนอกระบบทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น จึงเป็นชนวนเหตุให้ผู้ต้องหาก่อเหตุดังกล่าว เพื่อหาเงินไปใช้หนี้
ข่าว / ภาพ โดย เกรียงไกร รัตนา ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคเหนือ