background-defaultbackground-default
รัสเซียยืนยันไม่อาจปล่อยให้ดอนบาสนองเลือด

รัสเซียเผยในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า ไม่อาจเพิกเฉยต่อการนองเลือดครั้งใหม่ในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน อ้างส่งทหารเข้าไปรักษาสันติภาพในสองดินแดน ที่เกิดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินตามคำร้องขอยูเครนเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ ภายหลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ลงนามในเอกสารรับรองสถานะของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ในภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครนในวันเดียวกัน

 

วาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ แจ้งต่อที่ประชุมว่า การตัดสินใจของรัสเซียมุ่งปกป้องและคุ้มครองประชาชนในดินแดนทั้งสองแห่งเท่านั้น และรัสเซียยังคงเปิดกว้างสำหรับแนวทางการทูตเพื่อคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ แต่การปล่อยให้เกิดการนองเลือดครั้งใหม่ในดอนบาสไม่ใช่สิ่งที่รัสเซียจะทำ

 

วาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซีย

 

เขากล่าวอีกว่า แทนที่ชาติตะวันตกจะกดดันให้รัฐบาลยูเครนปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงสันติภาพในดอนบาส แต่กลับเป่าหูใส่ยูเครนด้วยวาทกรรมซ้ำซากว่า รัสเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงมินสก์ ซึ่งรัสเซียย้ำหลายครั้งแล้วว่า รัสเซียไม่ได้เป็นภาคีในข้อตกลงฉบับนี้

 

นอกจากนี้ทูตรัสเซีย เรียกร้องให้ชาติตะวันตกเลิกใช้อารมณ์ที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น และย้ำว่า ชาติตะวันตกเท่านั้นที่จะหยุดยั้งแผนการของยูเครน และบังคับให้ยูเครนยุติการยิงปืนใหญ่และการยั่วยุใดๆ ในโดเนตสก์ และลูฮันสก์ 

 


 

การเคลื่อนไหวของรัสเซียที่รับรองสถานะของสองภูมิภาคที่แยกตัวเป็นเอกราชจากยูเครนเมื่อ 8 ปีที่แล้วและส่งทหารเข้าไปในพื้นที่ มีขึ้นหลังจากเกิดการยิงถล่มอย่างรุนแรงในดินแดนดังกล่าวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำกบฏแบ่งแยกดินแดนกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกองทัพยูเครน ขณะที่รัฐบาลยูเครน กล่าวหาว่า ฝ่ายกบฏสร้างสถานการณ์โจมตีในดินแดนตัวเองเพื่อให้ร้ายกองทัพ

 

โรสแมรี ดิคาร์โล ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายกิจการการเมืองและการสร้างสันติภาพของยูเอ็น เปิดเผยต่อที่ประชุมยูเอ็นว่า คณะผู้สังเกตการณ์พิเศษบันทึกข้อมูลได้ว่า เกิดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในดอนบาสรวม 3,231 ครั้งในช่วงวันที่ 18-20 ก.พ.

 

เซอร์เก คิสลิตซา เอกอัครราชทูตยูเครน

 

ส่วนเซอร์เก คิสลิตซา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำยูเอ็น กล่าวว่า ผู้นำทางการเมืองของรัสเซียจะต้องรับผิดชอบสำหรับผลลัพธ์ที่ตามมาจากการตัดสินใจครั้งนี้ และเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารออกไปและยกเลิกการรับรองสถานะของดินแดนทั้งสองแห่ง พร้อมกับย้ำคำพูดของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่ว่าจะไม่ยอมยกดินแดนให้ใคร

 

 

ลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ

 

ขณะที่ลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็น กล่าวว่า การที่รัสเซียส่งทหารเข้าไปในโดเนตสก์และลูฮันสก์ โดยอ้างว่าเป็นทหารรักษาสันติภาพ เป็นเรื่องไร้สาระ และทำให้โลกไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้ รัสเซียได้ทำลายอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนของยูเครนแม้ไม่ได้ถูกยั่วยุใดๆ  เป็นการโจมตีต่อสถานะของยูเครนในฐานะรัฐสมาชิกของยูเอ็น ละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และกฏบัตรสหประชาชาติ 

 

นอกจากนี้เธอบอกว่า การกระทำของประธานาธิบดีปูตินสะท้อนว่ารัสเซียพยายามใช้ข้ออ้างเพื่อบุกยูเครนในขั้นต่อไป และจะส่งผลกระทบทั้งต่อยูเครน ยุโรป และทั่วโลก

 

ขณะที่จาง จวิน เอกอัครราชทูตจีน บอกในที่ประชุมว่า สถานการณ์ในยูเครนเป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน และจีนเชื่อว่า ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในยูเครนควรร่วมคลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธีตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงใช้การเจรจาหารือเพื่อหาแนวทางตอบสนองข้อกังวลของแต่ละฝ่าย โดยยึดหลักของความเสมอภาคและการเคารพซึ่งกันและกัน

 

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด