แน่นอนว่าจังหวะการเมืองตอนนี้แทบทุกพรรคจับจ้องมาที่พลังประชารัฐ ซึ่งมีมุ้งต่างๆในตอนนี้ คือ กลุ่มสองมิตร กลุ่มลุงป้อม กลุ่มส.ส.เฮ้ง กลุ่มพลังชล กลุ่มกำแพงเพชร กลุ่มภาคใต้ กลุ่มตี๋กร่าง กลุ่มโคราช ส.ส.อิสระ ที่พร้อมแตะมือทุกกลุ่ม หากเงื่อนไขงามและการเดินจังหวะให้สภาล่มบ่อยๆนี้แหละ
ว่ากันว่าผู้แทนราษฎรบางรายสอบถามใครบางคนเป็นระยะว่า "จังหวะนี้ เอาอย่างไรดีครับนาย" นัยว่า "เพื่อให้คีย์แมนบางพรรค และบางคนในครม.หน้าแหก โดยแลกกับการสะสมกล้วยไว้เป็นเสบียง"
เพราะตอนนี้หลายคนมองว่าสัมพันธภาพค่าย 3 ป.นั้น ใช่ว่าจะดีนัก...เพราะลุงป้อมคุมบางมุ้งในพปชร.และเศรษฐกิจไทย ส่วนบางมุ้งในพปชร.ก็สายตรงไทยคู่ฟ้า และมีพรรคสำรองไว้บ้าง หากจำต้อง"หักดิบ"
แต่บางมุ้งในพปชร.ที่ขึ้นตรงกับสร.1 ใช่ว่าจะมีแรงต่อรองที่ทำให้ลุงตู่ "ยืนเด่นโดยท้าทายได้..." เท่าใดนัก บวกกับกระแสข่าวว่าลุงตู่ จะเทคโอเวอร์พปชร.เอง ถามคำเดียวว่ายามนี้พปชร.มีราคาเท่าใดในสายตาของสังคม....
ฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้คล้ายว่า"ลุงตู่จะเดียวดายกลางสายลม...."
เพราะคำกล่าวของ "โทนี่ วู้ดซัม" ที่ยิงมาว่าลุงตู่-ผู้กองคนดัง คือ "เตรียมทหารรุ่นน้อง และไม่มีอะไรแค้นเคือง.." นั้นมันสามารถถอดรหัสการเมือง "บางอย่าง" ในวันข้างหน้าได้บ้าง...
และยิ่งกระแสภายในเกี่ยวกับการ "คุยหลังบ้าน" ของคีย์แมนหลายพรรค และคีย์แมนบางรายของพรรคท็อปไฟว์เมืองไทยนั้น "โทนี่ วู้ดซัม" เริ่มสายตรงไปบ้างแล้ว เกี่ยวกับการ "ฮั้วงวดหน้า" และยิ่งการประกาศเขตเลือกตั้งส.ส.ครั้งล่าสุดจาก กกต. ที่ยิงออกมาแบบ "ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย" เช่นนี้ ยิ่งทำให้คนการเมืองขยับตัวเร็วขึ้นกว่าปกติ
ผนวกกับการเปิดตัวและเดินสายชูนโยบายของพรรคน้องใหม่ (พรรคกล้า-พรรคไทยสร้างไทย-พรรคสร้างอนาคตไทย) รวมทั้งการคัมแบ็คบ้านเก่าของผู้แทนหลายคน( อดีตส.ส.ทยอยแจ้งสังคมว่า ย้ายขั้วแล้วอย่างเป็นทางการ) ที่ดำเนินการคล้าย "นกรู้-ไก่ตื่น" ยิ่งตอกย้ำความเป็นไปได้ว่า "ยุบสภาก่อนครบวาระสูงยิ่ง"
แปลว่าโอกาส "ยุบสภา" นั้น ในตอนนี้พบว่ากระแสดังกล่าว "แรงยิ่ง" ในหมู่คนการเมือง หลายคนแต่งองค์ทรงเครื่องเตรียมตัวลงประชันกันแต่เนิ่นๆ เพราะคนการเมืองหลายชีวิตประเมินกันแล้วว่า "ลุงตู่อยู่ไม่ครบวาระแน่นอน" แม้จะมีภารกิจใหญ่ในช่วงปลายปี คือ เจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ไว้เป็นจุดหมายก่อนคืนอำนาจให้ประชาชนก็ตาม
หากตีความการแสดงความเห็นทางการเมืองของลุงตู่เมื่อไม่นานมานี้ จะพบว่าลุงตู่ปรับกลยุทธ์แบบรายวัน และพยายามที่จะบอกว่าแรงต่อรองทางการเมืองนั้น "อำนาจ" ยังอยู่ที่ลุงตู่ เพราะลุงตู่ยืนยันแล้วว่า "ไม่มีปรับครม.ตอนนี้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา สมาชิกชั้นเอกพรรคน้องใหม่ แจ้งมายัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้วว่า ยืนขั้วรัฐบาล ไม่ยืนยันการยุบสภาว่าจะเกิดตอนไหน+ต้องหารือหลายฝ่าย+รอกฎหมายลูก 2 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ลุล่วง"
หากนาทีนี้ไม่มีเก้าอี้ครม.ให้ปรับ พรรคใหม่ของผู้กองคนดัง "ยินยอม" ให้หรือ...
เซียนการเมืองอ่านสัญญาณการต่อรองของพรรคเศรษฐกิจไทย ว่า "1 รมว. และ 1 รมช." คือ บรรณาการขั้นต่ำที่ลุงตู่ต้องสนองตอบหากต้องการส.ส.ปีกผู้กองคนดัง ไว้ลงคะแนนผ่านค่ายกลการเมืองในเวลาอันใกล้ เพราะหลายเดือนข้างหน้านั้นกับดักเหล่านี้ หากไม่มีเสียงส.ส.หนุนนั้น (หากลุงตู่ไม่ไฟเขียวให้ผู้กองคนดัง น่าจะมีการเอาคืนแบบไม่ไว้หน้าเป็นระยะ) โอกาสที่ลุงตู่จะติดกับดัก"สูงยิ่ง"
แรงบีบเหล่านี้..ต้องถอดรหัสรายวันจากสัญญาณที่ลุงตู่สื่อออกมา เพราะกลเกมการเมืองบีบรัดวงล้อมให้แต้มต่อลดลุงตู่แบบต่อเนื่องนั้น จะคลาดสายตาไม่ได้