นางปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ภาพรวมและแนวโน้มโทษประหารชีวิตในบริบทสากล กล่าวว่า ระบบยุติธรรมสมัยใหม่ต้องมีความแม่นยำเป็นธรรม ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตนได้เห็นกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีการพูดคุยหารือถึงเรื่องนี้มาตลอด สำหรับการประหารชีวิตทั่วโลกในปี 2563 มีการประหารอย่างน้อย 483 คน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุด ที่แอมเนสตี้บันทึกได้อย่างน้อยในรอบทศวรรษ ลดลง 26% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 657 ครั้ง และลดลงถึง 70 % จากจำนวนการประหารชีวิตสูงสุด 1,634 ครั้งในปี 2558 สำหรับแนวโน้มของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ความลับในจีน เกาหลีเหนือและเวียดนาม ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการประเมินข้อมูล อินเดียและไต้หวัน เริ่มประหารชีวิตบุคคลหลังงดเว้นไป 4 ปีและ 1 ปีตามลำดับ ญี่ปุ่น ปากีสถานและสิงคโปร์ ไม่มีรายงานการประหารชีวิตเลยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการเปิดวีดีโอการสอบถามถึง ทิศทางโทษประหารชีวิตกับบริบทของสังคมไทย จากประชาชน ซึ่งมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยกับการยกเลิกโทษประหาร เพราะเห็นว่าควรพัฒนาทางด้านกฎหมาย การศึกษา เศรษฐญกิจและสังคมเพื่อให้คนกระทำความผิดลดน้อยลง และอีกส่วนเห็นว่าควรคงโทษประหารไว้เพื่อให้คนกลัวการทำผิดและเป็นการลงโทษที่เหมาะสมกับความผิดที่ร้ายแรง