รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจ่ายเงินอุดหนุนแก่ผู้ค้าส่งน้ำมันเป็นครั้งแรก เพื่อตรึงราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โคอิจิ ฮางิอุดะ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น แถลงวันนี้ว่า รัฐบาลจะดำเนินการอุดหนุนราคาน้ำมันเป็นครั้งแรก ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน ขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 170.2 เยนเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบกว่า 13 ปี และเกินกว่า 170 เยน เข้าเกณฑ์ที่กำหนดให้ต้องมีการอุดหนุนราคาตามนโยบายที่ประกาศไว้เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

 

ภายใต้โครงการนี้รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนลิตรละ 3.4 เยนให้กับผู้จัดจำหน่ายและ ผู้นำเข้าน้ำมัน 29 รายเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.นี้  โดยคาดหวังว่าจะสามารถตรึงราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานทั้งในส่วนน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด และน้ำมันเชื้อเพลิง

 

นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณาทบทวนเรื่องวงเงินอุดหนุนอีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ.เพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันเบนซินขายปลีก และโครงการอุดหนุนราคาน้ำมันจะมีผลไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค.

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเพราะ ธนาคารกลางสหรัฐฯมองว่า การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพียงชั่วคราว บวกกับนักลงทุนห่วงปัญหาปริมาณการผลิตน้ำมันในบางประเทศ  และความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นในยูเครน

 

แต่การอุดหนุนราคาน้ำมันก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นมาตรการที่บิดเบือนตลาด และเป็นการแทรกแซงเกินกว่าเหตุจากทางรัฐบาล

 

 

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมน้ำมัน กล่าวโทษว่า การเก็บภาษีน้ำมันทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และจากข้อมูลของกระทรวงการคลัง ระบุว่า ภาษีคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 50% ของราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกต่อลิตร ในช่วงก่อนมีการปรับขึ้นภาษีการบริโภคเป็น 10% ในไตรมาสสองของปี 2563 

 

รัฐบาลได้จัดสรรเงิน 80,000 ล้านเยนสำหรับการอุดหนุนราคาน้ำมันไว้ในงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.