รัสเซียยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่า ไม่มีแผนจะบุก แต่การเสริมกำลังทหารเข้ามาเรื่อยๆ รวมทั้งรถถังและปืนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจวางใจเช่นกัน วอลเลซ แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ปูตินนั่นแหละที่เตือนว่า "อาจจะเกิดสงครามที่นองเลือดอย่างมากก็ได้" จึงเป็นเรื่องที่อังกฤษควรจะ "จัดแพ็คเกจด้านความมั่นคง" ครั้งใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตัวให้ยูเครน ที่รวมทั้งรถต่อต้านรถถังเบาและรถหุ้มเกราะ ส่วนเรื่องการฝึก จะใช้บุคลากรของกองทัพอังกฤษจำนวนไม่มากนัก และใช้ระยะเวลาไม่นาน เมื่อฝึกให้เสร็จก็เดินทางกลับ
แม้จะวางตัวเป็นกลาง แต่อันนาเลยา แบเออร์บ็อค รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี ก็เตือนรัสเซียในระหว่างการเยือนยูเครนว่า การกระทำการใดๆ จนสถานการณ์เลยเถิด
รังแต่จะมีผลเสียต่อระบอบของรัสเซีย ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและยุทธศาสตร์ ทางที่ดีควรหันหน้ามาเจรจากันจะดีกว่า ก็เหมือนนักการทูตทั่วไป
อันนาเลยา ได้โน้มน้าวว่า "เราเตรียมการจัดการเจรจาอย่างจริงจังกับรัสเซีย เพราะการทูตเป็นหนทางเดียวที่จะปลดสถานการณ์ที่อันตรายอย่างสูงได้"