"พื้นที่จตุจักร-หลักสี่ เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เป็นการเลือกตั้งซ่อมในเมืองหลวงครั้งแรกของพรรคกล้า พรรคมีการก่อตั้งมาเกือบ 2 ปี ถือเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่เราก็มีเวลาได้สะท้อนจุดยืน อธิบายให้ประชาชนรู้ว่า เรามองเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้นักการเมืองหันมาสนใจกับเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า เรามาถูกที่ถูกเวลา พูดตามตรงว่าผมมั่นใจในผู้สมัครของเรา แน่นอนที่สุดเป็นถึงระดับเลขาธิการพรรค เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ รู้ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไร สามารถเป็นปากเสียงให้ประชาชนในสภาได้ทันที ประสบการณ์มีมาก สามารถทำงานได้ทันที กับเวลาที่เหลืออยู่ในสภาฯ" นายกรณ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่พรรคคู่แข่งทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างก็เป็นเจ้าของพื้นที่นั้น ส่วนตัวไม่ขอพูดถึงผู้สมัครคนอื่น แต่เชื่อมั่นในผู้สมัครของพรรคกล้า มั่นใจในคุณภาพของนายอรรถวิชช์ เพราะฉะนั้น ก็เดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น มั่นใจว่ามีตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วให้ประชาชน
สำหรับผลการเลือกตั้งซ่อมภาคใต้ทั้ง 2 เขต สะท้อนคะแนนนิยมของพรรคกล้าเป็นไปอย่างดี ยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าเน้นนำเสนอคนรุ่นใหม่ คนที่มีคุณภาพ ลงแข่งขันการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ ทำให้คนรู้จักพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกที่มีคำถามว่าพรรคกล้าเป็นใคร คิดอะไร อย่างไร แต่ขณะนี้ในมุมกว้าง ประชาชนรับรู้เกี่ยวกับพรรคกล้ามากขึ้นแล้วรู้ว่าทำการเมืองแบบสะอาด รู้ว่าเน้นเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ มั่นใจว่าถ้าประชาชนคิดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก็จะคิดถึงพรรคกล้า คือภาพรวมจากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมผ่านมาแล้ว 3 ครั้ง
ส่วนการพบสิ่งผิดปกติหรือการทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่นั้น ซึ่งจากการเลือกตั้งซ่อมภาคใต้มาถึงกรุงเทพฯ พบเห็นหลายเรื่อง แต่มั่นใจในแนวทางของพรรค และคิดว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากที่ได้สัมผัสระหว่างลงพื้นที่ ประชาชนอยากเห็นการเมืองที่ดีขึ้น และเข้าใจว่าถ้าการเมืองไม่ดีขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องก็ดีขึ้นยาก การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นได้จากการเลือกตั้งซ่อม ถึงแม้ว่าจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ก็จะได้คนที่มีความพร้อมเข้าไปทำงานได้ทันที เลือกพรรคใหม่ที่มีแนวทางการเมืองที่ชัดเจน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เน้นการทำงาน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ขณะที่ นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า พรรคจะมีการปราศรัยใหญ่วันที่ 28 ม.ค.นี้ ณ การเคหะท่าทราย จะเน้นการปราศรัยเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องหลัก หัวใจสำคัญที่สุด คือ พรรคกล้าเป็นพรรคเศรษฐกิจ เน้นการเมืองคุณภาพ การเมืองสร้างสรรค์ บริบทนี้จะถูกทดสอบที่กรุงเทพฯ ก็จะทำอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องราคาหมูแพงนั้น จากการได้เดินตลาดเช้าทุกวัน เรื่องของเงินเฟ้ออาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่ดูดีๆ ว่าราคาของสดขึ้น แต่ราคาผักไม่ได้ขึ้นตาม มันไม่ใช่ว่าสินค้าทุกตัวจะขึ้นหมด แต่มันขึ้นเฉพาะตัวชี้นำ คือ หมู จึงต้องกดราคาตัวชี้นำให้อยู่ จึงต้องนำเข้าทันที อย่าเกรงใจทุนใหญ่ เพราะชะลอการส่งออกไม่ได้แก้ปัญหาได้ทันที ขณะนี้ผักราคายังไม่ขึ้น หมูเป็นตัวชี้นำ ทำให้ราคาสินค้าอื่นขึ้นตามไป ถ้าไม่รีบแก้ที่เรื่องหลักก่อน จะทำให้เกิดของแพงของจริง ถ้าราคาขึ้นทั้งระบบ สภาวะเงินเฟ้อมาเต็มอัตราศึก
"สัปดาห์นี้มันยังทำได้อยู่ ราคาอาหารปรุงสำเร็จมีทั้ง 60% และ 40% ที่ขึ้นราคาและไม่ขึ้นราคา แต่ถ้าเลยสัปดาห์นี้ไป อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนราคาขายปลีกอาหารปรุงสำเร็จทั้งหมด เรื่องเวลาจึงสำคัญมาก แต่ถ้าเลยสัปดาห์นี้ไปแล้วสัญญาณยังไม่ชัด น่าจะเข้าข่ายอันตรายแล้ว ก็ฝากเตือนรัฐบาล เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ และพรรคกล้าก็เกาะติดเรื่องนี้ตลอด" นายอรรถวิชช์ กล่าว