นายสมพาน ยังเห็นว่า นายยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย น่าจะตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ มิใช่นั้น สังคมจะมองว่านายยิ่งชีพใช้ “หลัก I law” หรือหลักกฎหมายของฉัน มาตีความแทนหลักการกฎหมายปกติ ที่ กกต.และคนทั่วไปใช้กัน และการนำเสนอข้อมูลของ iLaw ซึ่งมีนายยิ่งชีพเป็นผู้อำนวยการในทัศนะและวิธีคิด ดังกล่าวยังได้สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เห็นได้จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของ iLaw ในการสมัครกลุ่ม 10 มีคนนำไปอ้างอิง จนนำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้ง ตามกรณีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 706/2568 ที่ผู้ร้องอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์ iLaw จนนำไปสู่การร้องเรียนการเลือก สว.ระดับจังหวัด จังหวัดนนทบุรี และกรณีดังกล่าวนั้น กกต.ก็ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องไปแล้วเช่นกัน
นายสมพาน ยังชี้แจงว่า ตนประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยว ชื่อร้าน "บิ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา" ไม่ได้เขียนใบสมัครเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหา และการที่นายยิ่งชีพ ยืนยันข้อเท็จจริงว่า เชื่อมั่น 97% ว่า ตนสมัครผิดกลุ่มนั้น หน้าที่ของผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครของตน คือ กกต. ไม่ใช่นายยิ่งชีพ และยังมีการโพสต์เชิงเย้ยหยัน และเห็นเป็นเรื่องน่าขบขันที่ตนได้เป็น สว.อีกด้วย ดังนั้น การที่นายยิ่งชีพ ได้กล่าวหาใส่ความตน และมีการเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ สร้างความเสียหายให้กับตน และครอบครัวเป็นที่สุด และยังขยายขอบเขตเป็นวงกว้าง สร้างความเสื่อมศรัทธาแก่อาชีพ การทำมาหาได้โดยสุจริต การคบค้าสมาคม และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สว. และทำให้ตนซึ่ง เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และถูกมองเป็นคนไม่ดี และเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมยืนยันว่า ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตน
นายสมพาน ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะคนทำมาหากินสุจริตในจังหวัดอำนาจเจริญมาหลายปี เสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับนายยิ่งชีพและคณะทัวร์ เนื่องจากต้องปิดร้านชั่วคราว เพราะพ่อค้าต้องทำหน้าที่ สว.จึงไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว และที่ร้านก็ไม่ได้มีลูกจ้างถึง 200 คน ตามที่นายยิ่งชีพตีความไปเอง และพื้นที่ร้านมีขนาดเล็กไม่พอให้คน 200 คน มารวมตัวกันเหมือนที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี