สนามเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่อยู่ในความสนใจ ไม่แพ้กับ จ.ชุมพร และจ.สงขลา ซึ่งจะเปิดให้เริ่มหย่อนบัตรลงคะแนนในวันที่ 16 ม.ค.นี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ที่บอกว่าสนามจตุจักร-หลักสี่ เข้มข้นไม่แพ้พื้นที่เลือกตั้งซ่อมอื่นนั้น เพราะเป็นการเปิดหน้าชกกันแบบห่ำหั่นกันระหว่าง พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกล พรรคกล้า และพรรคไทยภักดี ซึ่งทั้ง 5 พรรคการเมือง ต่างชูจุดขาย จุดเด่น เข้ากลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไป

 

แต่สนามนี้นับเป็นงานหนักสำหรับพลังประชารัฐ หลังตัดสินใจส่ง นางสรัสรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยา นายสิระ เจนจาคะ เพื่อป้องกันพื้นที่ หลังก่อนหน้านี้ถูกวางตัวไว้ลงเขตดอนเมืองในศึกเลือกตั้งรอบหน้า โดยจับชนกับ นายการุณ โหสกุล จากพรรคเพื่อไทย

 

 

ทว่า คอการเมืองได้วิเคราะห์ถึงกระแสพื้นที่จตุจักร-หลักสี่ ในศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พบว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้า มีคะแนนเหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จากการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ชนิดเรียกว่าสูสีเบียดกันมา โดยเฉพาะเสียงจากบ้านรั้ว บ้านหลัง

 

เพราะทั้ง นายสุรชาติ เทียนทอง และ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แม้พลาดท่าไปกับการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เคยทิ้งพื้นที่ เช่นเดียวกับ มาดามหลี นางสรัลรัศม์ ซึ่งเดินตามรอยสามีทำพื้นที่ไม่แพ้กัน แต่ความต่างอยู่ตรงชื่อชั้นทางการเมือง จนกลายเป็นอีกจุดบอดหนึ่ง ที่พลังประชารัฐต้องเร่งสร้าง

ขณะเดียวกัน มีการประเมินว่าศึกจตุจักร-หลักสี่ จะเป็นการเชือดเฉือนกันเอง ระหว่างฝ่ายค้าน คือ เพื่อไทย-ก้าวไกล และซีกรัฐบาล พลังประชารัฐ-ไทยภักดี ที่ต้องมาแบ่งคะแนนจากกลุ่มฐานเสียงคนเดียวกัน ส่วนพรรคกล้าที่ส่งระดับเลขาธิการพรรค อย่าง นายอรรถวิชช์ มาลงสนามเอง ทำหน้าเป็นตัวแปรเก็บสแปร์ไปนอนกอด

 

แต่กลการเมืองใช่จบลงเท่านี้ เพราะความไม่ธรรมดายังคงซ่อนอยู่ ซึ่งความแปลกพลังประชารัฐสามารถไปดึงคะแนนจากเพื่อไทย จากประเด็น "คนแดนไกล" จะกลับรัง ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสำคัญที่เฉือนมาตุนกระเป๋ารอ แต่ใช่ว่าจะง่ายดายนัก เพราะยังมี ก้าวไกลและกล้า ที่จะมาดูดคะแนนกลับไปอีกชั้น จากกลุ่มคนบางส่วนที่เบื่อหน่าย "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายสิระ และหวังแบบสร้างสรรค์การเมืองคุณภาพ

ส่วนคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายของทุกพรรคการเมือง ที่หวังคว้ามาครอง โดยเฉพาะคนเพิ่งจบใหม่ไปจนถึงวัย 35 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ย่านจตุจักร-หลักสี่ นับคือเป้าหมายพรรคก้าวไกล แต่ทางอาจไม่สะดวกโยธิน เพราะยังมีพรรคกล้ามีเฉือนอีกสเต็ป

 

สำหรับกระแสความต้องการประชาชนเขตจตุจักร-หลักสี่ ถึง 65-70 เปอร์เซ็น หวังได้ผู้แทนราษฎรยึดโยงกับพื้นที่ โดยเฉพาะตามชุมชนแออัด แต่จุดตัดทั้งหมดทั้งมวล ขึ้นอยู่กับ "กระแส" บวก "กระสุน" และต้องดูท่าทีพลังประชารัฐ ในการขยับก้าวแบบไหน โดยเฉพาะช่วง 5 วันสุดท้าย ก่อนเปิดหีบให้หย่อนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถพลิกเกมกลับมาได้หรือไม่

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด