อินเดียยืนยันมีผู้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรก ขณะที่การระบาดระลอก 3 อยู่ในช่วงขาขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กระทรวงสาธารณสุขอินเดีย ยืนยันเมื่อวันพุธว่า ชายวัย 74 ปีในรัฐราชสถานทางภาคตะวันตกของประเทศที่เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรกของอินเดีย เขาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. และมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ 2 ครั้ง ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ชายคนนี้ฉีดวัคซีนครบโดส และมีประวัติป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคร่วมหลายโรค

 

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขรายงานวันนี้ว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์โอมิครอนรายใหม่อีก 495 คนทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 2,630 คนภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนกว่านับจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ

 

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่ 90,928 คน ทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 3.51 ล้านคน และผู้เสียชีวิตรายใหม่ 325 ราย และยอดสะสม 482,876 ราย

 

อินเดียยืนยันมีผู้เสียชีวิตด้วยโอมิครอนรายแรก

 

 

เจ้าหน้าที่ คาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันในช่วงการระบาดระลอก 3 ขณะนี้อาจทำสถิติสูงเกินกว่า 414,000 คนต่อวันเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว พร้อมกับเตือนว่าประชาชนส่วนใหญ่ คิดว่า สายพันธุ์โอมิครอนไม่อันตราย จึงไม่สวมหน้ากาก เพราะเห็นว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย

 

แต่หัวหน้าคณะทำงานรับมือโควิด-19 แห่งชาติ ปฏิเสธที่จะประเมินยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด แต่ย้ำเตือนว่า แม้ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย แต่หากมีผู้ป่วยจำนวนมาก ก็อาจทำให้ระบบสาธารณสุขตึงตัวได้ จึงไม่อาจชะล่าใจได้ และขณะนี้โอมิครอนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นในหลายเมือง

 

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ลดระยะเวลากักตัวที่บ้านสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการลงเหลือ 7 วันจากเดิม 10 หรือ 14 วัน

 

 

อินเดียยืนยันมีผู้เสียชีวิตด้วยโอมิครอนรายแรก

 

และแม้บางเมืองและบางรัฐได้ประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมทางสังคม เช่น เคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์เพื่อยับยั้งการระบาดแล้ว แต่พรรคการเมืองยังคงเดินหน้าจัดปราศรัยหาเสียงที่มีผู้สนับสนุนรวมตัวจำนวนมากก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในอีกหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตรียมหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้ เนื่องจากกังวลว่า การหาเสียงอาจทำให้ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงเหมือนช่วงเดือน เม.ย.และ พ.ค.ปีที่แล้ว