"วิษณุ เครืองาม" ชี้ปมนายกรัฐมนตรีอยู่ยาวถึงปี 70 หรือไม่ ขอให้ไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำอย่าโทษสภาเพราะเป็นเพียงความเห็นของเจ้าหน้าที่ ต้องนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ความเห็นของส.ส.-ส.ว.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

30 ธันวาคม 2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ตีความการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จะอยู่ยาวไปจนถึงปี 2570 นั้น ยังไม่มีอะไรต้องทำในขณะนี้ เพราะปัญหาเป็นการตั้งข้อสงสัยมานานแล้ว และหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้อง ก็มีสิทธิ์ที่จะศึกษาและหาคำตอบเพื่อจะแจ้งหน่วยงานของตน

 

ทั้งนี้ แต่ที่จะทำให้เกิดความยอมรับหรือเชื่อถือในสาธารณชน จะต้องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนของรัฐบาลจะต้องพึ่งพากฤษฎีกา ซึ่งก็มีน้ำหนักในระดับหนึ่ง แต่จะทำให้คนยอมรับและยุติต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสภา มีสิทธิ์ที่จะทำเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการหานายกฯ ซึ่งตนไม่รู้เรื่อง และเรื่องนี้เองก็มาจากสื่อมวลชน

 

ส่วนทำไมประเด็นดังกล่าวจึงออกมาจากสภาไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาลนั้น โดยทุกหน่วยทำในส่วนของตัวเองไป คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ทำในส่วนของกกต. สภาทำส่วนของสภา รัฐบาลก็ทำส่วนของรัฐบาล แต่คำตอบสุดท้ายคือต้องมาจากศาลรัฐธรรมนูญ และต้องมาในจังหวะเวลาอันเหมาะสม เพราะหากถามไปตอนนี้ก็ไม่ตอบ

นายวิษณุ ระบุว่า ส่วนตัวไม่ขอตอบแนวคิดของสภาเป็นแนวคิดเดียวกันกับตนหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของสภา และความเห็นที่ออกมาก็ไม่ใช่ในส่วนของสมาชิกรัฐสภา แต่เป็นความเห็นเฉพาะของฝ่ายกฎหมาย ซึ่งตนก็ทราบเรื่องนี้มานานแล้ว และเป็นแนวทางเดียวกับกฤษฎีกาหรือไม่นั้น ก็ไม่ขอตอบ เนื่องจากไม่เคยส่งให้กฤษฎีกา ส่วนจะส่งให้กฤษฎีกาหรือไม่ เมื่อถึงจังหวะอันเหมาะสม โดยจะต้องคุยกัน อีกครั้งหนึ่ง

 

ส่วนจะต้องรอให้ถึงเดือนส.ค.เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ มองว่า ต้องให้เวลาที่จะวินิจฉัยออกมา และสามารถใช้การได้ ส่งไปใกล้เดือนส.ค. แล้วพอเลยเดือนส.ค. ว่าจะสงสัยกันอีก พร้อมย้ำว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความมีเวลาที่เหมาะสมอยู่แล้ว และการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพียงส.ส.อย่างเดียว

 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ปัญหาคือศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำวินิจฉัย เนื่องจากปัญหายังไม่เกิด และศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำถามที่เกิดจากการตั้งสมมติฐาน แต่หากเรื่องนั้นเกิดขึ้นแล้วอาจจะสายเกินแก้ จึงจะต้องมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนเงื่อนไขใดจะถือว่าเป็นจังหวะเงื่อนไขสำคัญตนมองว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน

ส่วนเรื่องการส่งให้กฤษฎีกาตีความจะใช้ระยะเวลานานหรือไม่นั้น นายวิษณุ ระบุว่า ใช้เวลาไม่นาน และย้ำอีกว่า อย่าโทษสภา เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่ ส.ส หรือ ส.ว. มีหน้าที่ที่จะทำการบ้านเสนอส่งผู้บังคับบัญชา ส่วนจะถูกหรือจะผิดก็ช่าง เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ และการที่ฝ่ายค้านออกมาพาดพิงสภาในเรื่องนี้นั้น ซึ่งฝ่ายค้านเองก็ตีความของตัวเองอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ

 

สำหรับเรื่องที่นายกรัฐมนตรีไม่ใช่ ส.ส. จนมีการหาจุดเชื่อมโยงไม่ได้ว่าทำไมทางสภาจึงออกความเห็นมาเช่นนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯมาจากการเลือกของส.ส. เมื่อส.ส.เลือกขึ้นมาก็จะต้องเลือกอีกในครั้งต่อไป จึงต้องมีการคิดเอาไว้ในส่วนนั้น ตนถึงบอกว่าโจทย์ในเรื่องนี้ หากเอาไว้คุยกันในสังคมลมโชย เกี่ยวกับใครคนนั้นก็อยากรู้ สื่อเองก็อยากรู้ ก็อาจจะหาครูบาอาจารย์นักวิชาการมาแนะนำสื่อก็ได้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นทางการ สภาก็ทำการบ้านในส่วนของสภาเตรียมไว้ พรรคการเมืองก็ทำในส่วนของตัวเตรียมไว้ แต่ในที่สุดคำตอบจริงๆจะต้องมาจากศาลรัฐธรรมนูญ

 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับตนแต่อย่างใด ส่วนนายกฯหากดำรงตำแหน่งถึงปี 2570 แล้วจะอยู่ด้วยหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ