พาณิชย์รับหมูราคาแพงบางพื้นที่ขึ้นไป 200 บาท/กก. เร่งหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง เกษตรกร หามาตรการดูแลปริมาณและราคาเหมาะสม ด้านผู้เลี้ยงหมูขอความเห็นใจขาดทุน 3 ปี วอนรัฐให้กลไกตลาดทำงาน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 อธิบดีกรมการค้าภายใน วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม ระบุ จากการติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหมูเนื้อแดง พบว่าขณะนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งในตลาดสดทั่วๆไปอยู่ที่ 160-180 บาท/กก. และกรณีที่เป็นเขียงหรือตลาดสดเล็กๆ ที่รับมาเป็นทอดที่สองหรือที่สามก็จะมีราคาปรับสูงขึ้นอีก 10 -20 บาท/กก. หรือประมาณ 170-200 บาท/กก. ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งราคาจำหน่ายปลีกอยู่ที่ 139-145 บาท/กก.

รัฐจ่อคุมหมูแพงทะลุ 200 บาท/กก.

ทั้งนี้ จากการประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พบว่าขณะนี้ปริมาณหมูที่เข้าสู่ตลาดลดลงทำให้มีพ่อค้าเสนอแข่งราคารับซื้อสูงขึ้น เบื้องต้นกรมได้ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงสุกรจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายเดิมเป็นลำดับแรก สำหรับในด้านปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดที่ลดลง กรมปศุสัตว์จะได้ประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาสถานการณ์ โดยกรมการค้าภายในจะได้ร่วมพิจารณาและกำหนดมาตรการและแนวทางดูแลปริมาณและราคาที่เหมาะสมต่อไป

รัฐจ่อคุมหมูแพงทะลุ 200 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม โครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot14 (หมูเนื้อแดง) จำหน่ายในราคา 130 บาท/กก. จำนวน 667 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งจะดำเนินการไปจนถึง 31 ธ.ค. 2564

รัฐจ่อคุมหมูแพงทะลุ 200 บาท/กก.

ด้านนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ สุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์  ระบุ สถานการณ์ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ภาคปศุสัตว์ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว เวียดนาม ปรับขึ้นไปอยู่ในระดับ 11.20-12.20 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 กว่าปี ส่วนไทยเคยมีราคาสูงถึง 12.50 บาท/กก. กลายเป็นต้นทุนสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับการบริโภคของประชาชนในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สวนทางกับปริมาณผลผลิตสุกรขุนลดลงมากกว่า 30% ราคาสุกรจึงเป็นไปตามกลไกตลาด

เกษตรกรขอความเห็นใจในปัญหาที่ต้องเผชิญกับภาวะราคาหมูตกต่ำมานานกว่า 3 ปี ขอให้กลไกตลาดได้ทำงานเสรี เพื่อให้สามารถไปต่อในอาชีพนี้ได้ ขณะที่ประชาชนยังมีทางเลือกบริโภคอาหารอื่นทดแทน ทั้งปลา ไข่ ไก่ ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง