กรมปศุสัตว์ขอใช้งบกลาง 1,779 ล้านบาท ดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและโรคระบาดร้ายแรงในสุกร เตรียมงานวิจัยผุดวัคซีนป้องกัน หวั่นกระทบอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 1.5 แสนล้าน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต ระบุ กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 หรืองบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่าวงเงิน 1,779 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับดำเนินการควบคุม ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทุกมิติให้มีประสิทธิภาพ เป็นการรักษามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตสุกรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1.5 แสนล้านบาท อีกทั้งป้องกันการขาดแคลนเนื้อสุกรเพื่อการบริโภค อันเป็นการรักษาความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ

เกษตรฯอัด 1.7 พันล้านเฝ้าระวังโรคใน ‘หมู‘

ทั้งนี้ มาตรการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ล่าสุดกรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุกรทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยมีหน้าที่หลัก ได้แก่ การกำหนดแนวทางการวิจัยสำหรับการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร จัดหาแหล่งเงินทุนงานวิจัย พร้อมทั้งส่งเสริมและขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนางานวิจัยสำหรับการป้องกันที่เกี่ยวข้องกับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายแรกของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะดำเนินการ คือ การผลักดันการวิจัยโดยเฉพาะการเร่งวิจัยวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการซึ่งจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ Animal  BSL3 เพื่อใช้สำหรับทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตขึ้น และจากนั้นจะเป็นขั้นตอนในการพัฒนาวัคซีนให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรในอนาคตทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูฝนและฤดูหนาว ขณะเดียวกันหลายพื้นที่กลับประสบสภาวะน้ำท่วม ส่งผลให้สุกรเกิดความเครียดระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับหากเป็นฟาร์มของเกษตรรายย่อยซึ่งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในการเลี้ยงสุกร (Biosecurity) ยังไม่ได้มาตรฐานจะทำให้สุกรที่เลี้ยงมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นที่จะเกิดการติดเชื้อขึ้นในฟาร์ม  กรมขอแนะนำให้เกษตรกรปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสุกรให้มีประสิทธิภาพ เช่น ควรทำการกักแยกสุกรที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่เพื่อสังเกตอาการก่อนปล่อยเข้าร่วมฝูง ทำความสะอาดฟาร์มด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเพิ่มเติมในการเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด