สหรัฐฯลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการเหลือเพียง 5 วันจากเดิม 10 วันในช่วงที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นสร้างความโกลาหลต่อการเดินทางในช่วงเทศกาล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ ซีดีซี ของสหรัฐฯ ออกคำแนะนำใหม่เมื่อวันจันทร์ให้ชาวอเมริกันที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการป่วย สามารถลดระยะเวลากักตัวจากเดิม 10 วันเป็น 5 วัน แต่ยังต้องสวมหน้ากากเมื่อพบปะผู้อื่นต่อไปอีก 5 วัน แม้ข้อเสนอแนะใหม่ไม้ได้มีผลบังคับ แต่บริษัทและผู้กำหนดนโยบายหลายรายทั่วประเทศให้ความร่วมมือปฏิบัติตามอย่างดี

 

คำแนะนำลดเวลากักตัวนี้้ใช้กับบุคคลที่ติดเชื้อโควิด-19 ในขณะที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรืออยู่ในระยะเวลาเกินกว่า 6 เดือนหลังการฉีดวัคซีน mRNA เข็ม 2 หรือเกินกว่า 2 เดือนหลังการฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่เป็นแบบฉีดเข็มเดียว และยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

 

ส่วนคนที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ไม่จำเป็นต้องกักตัว หากติดเชื้อและไม่มีอาการ แต่ต้องสวมหน้ากากนาน 10 วัน

 

 

ซีดีซี ยืนยันว่า คำแนะนำใหม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ที่พบว่า การแพร่กระจายเชื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงแรกของอาการป่วย คือ ในช่วง 1-2 วันแรกก่อนมีอาการ และ 2-3 วันแรกหลังมีอาการ

 

คำแนะนำใหม่มีขึ้นในช่วงที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักคิดเป็นสัดส่วน 73% ของผู้ติดเชื้อทั่วประเทศตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อเกินกว่า 2 แสนคนต่อวันในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเข้าใกล้สถิติสูงสุดในเดือน ม.ค.ปีที่แล้ว และจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในกลุ่มผู้ฉีดวัคซีนครบโดส รวมถึงคนที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนจะมีอาการป่วยเล็กน้อย หรือ บางคนไม่มีอาการ

 

แต่เมื่อวันอังคารซีดีซีปรับลดตัวเลขผู้ติดเชื้อโอมิครอนลงเหลือ 58.6% ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดทั่วประเทศจนถึงวันที่ 25 ธ.ค.

 

 

การลดเวลากักตัวสำหรับผู้ติดเชื้อไม่มีอาการจะทำให้พวกเขาสามารถกลับไปทำงานหรือโรงเรียนได้โดยต้องมีมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ในขณะที่เวลานี้สายการบินหลายแห่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานสืบเนื่องจากมาตรการกักตัว ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากตั้งแต่ช่วงวันคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา

 

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ย้ำในการประชุมทางไกลกับผู้ว่าการรัฐบางคนและคณะที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข โดยย้ำว่า สายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้มีผลกระทบร้ายแรงเหมือนการระบาดระลอกในปี 2563 หรือ การระบาดของสายพันธุ์เดลตาในปีนี้ และบอกว่า โอมิครอนทำให้กังวล แต่ไม่ควรตื่นตระหนก