เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ เริ่มการควบคุมชายแดนแบบใหม่ที่ห้ามชาวต่างชาติเข้าไปใหม่ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ณ กรุง โตเกียวได้ออกคำเตือนที่ไม่ปกติเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม กรณีที่ตำรวจท้องที่สำรวจและจัดทำโปรไฟล์ทางเชื้อชาติของชาวต่างชาติ ที่นำไปสู่ข้อสันนิษฐานเรื่อง "racial profiling"
"racial profiling" คือ การที่เจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย, เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว และความเป็นมาด้านชาติพันธุ์ หรือชาติกำเนิด เป็นเหตุผลสนับสนุนการมุ่งเน้นตรวจค้น "บุคคลบางจำพวก" อย่างละเอียด เพื่อการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล และสอบสวนพวกเขา หรือใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นตัวชี้วัดว่าบุคคลมีส่วนพัวพันกับอาชญากรรมหรือไม่ ทำให้เกิดความวิตกว่า ญี่ปุ่นจะสร้างบรรทัดฐานเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเข้าสู่ปีที่ 3 ของการปิดพรมแดน และเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19
มีรายงานว่าสมาชิกนิติบัญญัติในเมืองมุซาชิโนะ ชานกรุงโตเกียว ได้คว่ำร่างกฎหมายของนายกเทศมนตรี ที่จะยอมให้ผู้มีถิ่นพำนักที่เป็นชาวต่างชาติ มีสิทธิ์ออกเสียงในบางกรณี