svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"สุดารัตน์"ออกโรง เตือน “เราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว”

เราพลาดไม่ได้อีกแล้ว "สุดารัตน์" จี้รัฐบาล ทุ่มงบฯ เปิดศูนย์ตรวจ RT-PCR เขตละ 5 แห่ง ต่างจังหวัด อีกตำบลละ 1 แห่ง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ ว่า วันนี้ครบรอบ 1 ปี ที่ได้ออกมาเตือนรัฐบาล ให้เร่งทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกัน การระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ แต่รัฐบาลไม่สนใจคำเตือนด้วยความปรารถนาดี เพราะเห็นว่า “เราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว”

ขณะนี้  มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่คือ #โอไมครอน แล้ว "ดิฉันขอย้ำว่า โรคโควิด-19 เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่รัฐบาลจะนั่งตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ “โอไมครอน” แล้ว 104 ราย ในประเทศไทย

\"สุดารัตน์\"ออกโรง เตือน “เราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว”

พรรคไทยสร้างไทยได้ออกมาเตือนโดยตลอดว่า ให้รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรการเพื่อป้องกัน“โรคโควิด-19”สายพันธุ์“โอไมครอน  แต่ รัฐบาลไม่ดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ แม้จะสั่งยกเลิกผู้เข้ามาประเทศไทยแบบ Test&Go โดยให้เข้าประเทศ โดย Sandbox Programme  เนื่องจากการระบาดของ ”สายพันธุ์“โอไมครอน” มีแนวโน้มจะเป็นสายพันธุ์หลัก

ที่น่ากังวลที่สุด สายพันธุ์“โอไมครอน” ตรวจด้วยวิธี ATK ไม่พบในสายพันธุ์นี้ ดังนั้น ประการแรกต้องมีการเร่งตรวจ  โดยเปิดศูนย์ตรวจ โควิด-19 ด้วย RT-PCR ฟรี เขตละ 5 แห่ง ส่วนในต่างจังหวัด เปิดศูนย์ตรวจ RT-PCR ตำบลละ 1 แห่ง ให้ประชาชนทั่วไป

"ดิฉัน เชื่อว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะเปิดศูนย์เหล่านี้ เนื่องจากรัฐบาลได้กู้เงินจำนวนมาก เพื่อที่จะบรรเทาการระบาดของโรคโควิด-19" 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ที่เป็นวัคซีน mRNA อย่างรวดเร็ว เพราะวัคซีนเพียง 2 เข็มไม่สามารถป้องกัน สายพันธุ์ “โอไมครอน” ได้ วัคซีนเชื้อตายไม่สามารถป้องกันได้ การแพร่ระบาดของ“โอไมครอน”เร็วกว่า สายพันธุ์ “เดลต้า”  5 เท่า ถ้าหากไม่มีการควบคุม จะทำให้คนไทยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากขึ้น และเสี่ยงที่จะมีคนตายมากขึ้น 

"ดิฉันตระหนักดีว่า โควิด-19  จะอยู่กับพวกเราไปอีกนานจนเป็น “โรคประจำถิ่น” การเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่คนไทยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อควบคุม ไม่ให้มีการระบาดหนัก เพื่อจะการันตีได้ว่า จะไม่มีผู้ป่วยหนักจำนวนมากจนล้นเกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงักจนก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากโรคระบาดอีก "