พิเคราะห์พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งคดีแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ร่วมกระทำผิดเฉพาะในส่วนการเข้าไปช่วยยกสิ่งของที่มีผู้นำมาให้ผู้ร่วมชุมนุมใช้ขว้างปา และช่วยคนสีในถังเป็นช่วงเวลาสั้น " โดยทางไต่สวนไม่พอฟังว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นแกนนำจัดให้มีการชุมนุม ทั้งไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าขณะร่วมชุมนุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กระทำการใดอันเป็นการก่อความวุ่นวายอื่นอีก และไม่ปรากฎว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กลับตนเป็นพลเมืองดี
จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 มีพฤติการณ์เข้าร่วมชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงอันเป็นการไม่นำพาต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ แต่เพื่อมิให้มีประวัติต้องโทษจำคุก จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 เป็นโทษกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 โดยให้กักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 มีกำหนด 40 วัน และกักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีกำหนด 2 เดือน