หลังรัฐประหารครบ 10 เดือน ทหารเมียนมากลับไปใช้กลยุทธ์เดิม ทั้งกดขี่ข่มเหงและข่มขู่พลเรือนและกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยการปล้น เผาบ้าน ข่มขืนผู้หญิงและเด็ก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทหารเมียนมาที่แปรพักตร์เปิดเผยว่า ทหารของกองทัพหรือทัดมาดอว์ได้บุกเข้าไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะนาวศรี หลังได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้เผาบ้านทุกหลัง ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังป้องกันประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มพลเรือนที่สนับสนุนประชาชาธิไตย และลุกขึ้นจับอาวุธต่อสู้กับการปกครองของเผด็จการ

นอกจากการเผาบ้านซึ่งเป็นวิธีการโหดร้ายป่าเถื่อนแล้ว พวกทัดมาดอว์ยังกลับไปใช้วิธีการดั้งเดิมในการปราบปรามกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยการบุกไปตามบ้าน ปล้น ทำร้ายและข่มขืนผู้หญิง ไม้เว้นแม้กระทั่งหญิงท้องแก่และเด็ก รายงานของสันนิบาตสตรีพม่า (WLB) ที่มี 13 สาขาทั่วประเทศ ระบุว่าผู้หญิงกับเด็กโดยเฉพากลุ่มชาติพันธุ์ ตกเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ทางเพศของพวกทัดมาดอว์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ทหารกับตำรวจยังคงเข่นฆ่าและกดขี่พลเรือน นับตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนด้วยการรัฐประหารเมื่อ 10 เดือนก่อน ส่วนพื้นที่เป้าหมายได้รวมทั้ง สะไกจ์ ย่างกุ้ง กะฉิ่น ชีน และฉาน 

การรัฐประหารส่งผลให้ทหารทัดมาดอว์เหิมเกริม และอาชญากรรมที่พวกเขาก่อไม่ใช่แค่ในพื้นที่ห่างไกลแต่ยังรวมทั้งในเมือง ชาวบ้านหลายคนที่ถูกทำร้ายต้องข้ามไปรักษาตัวที่อินเดีย ส่วนเหยื่อมีอายุระหว่าง 14-62 ปี และหลายคนโชคร้ายถูกสังหารด้วย ซึ่ง WLB ระบุว่ายากที่จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนเพราะหลายเมืองถูกทหารเข้าควบคุม ทั้งยังตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย