สหรัฐฯเผย ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอมิครอน แพร่กระจายไปเกือบ 1 ใน 3 ของรัฐทั้งหมดทั่วประเทศ แต่สายพันธุ์เดลตายังเป็นสายพันธุ์หลัก และอาการป่วยจากโอมิครอนไม่รุนแรงเท่าเดลตา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ปัจจุบันมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอมิครอน ในอย่างน้อย 16 รัฐของสหรัฐฯได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนตทิกัต ฮาวาย หลุยเซียนา แมรีแลนด์ แมสซาชูเซตส์ มินนิโซตา มิสซูรี เนบราสกา นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก เพนซิลเวเนีย ยูทาห์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน ผู้ติดเชื้อเหล่านี้เดินทางมาจากต่างประเทศ หรือติดเชื้อภายในประเทศ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสและมีอาการเล็กน้อย

 

แต่ พ.ญ.โรเชลล์ วาลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ยืนยันว่าไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ เดลตา ยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในสหรัฐฯ  ผู้ติดเชื้อเดลตามีสัดส่วนมากถึง 99.9% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และยังคงทำให้มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น

 

 

นพ.แอนโทนี ฟาวชี หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า แม้การอุบัติใหม่ของสายพันธุ์โอมิครอนจะสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก  แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่า สายพันธุ์นี้จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้และยังต้องศึกษาให้มากกว่านี้ และเขาหวังว่า สหรัฐฯจะสามารถยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางจากบางประเทศทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาในเวลาที่เหมาะสม

 

จากการรวบรวมสถิติของรอยเตอร์ ระบุว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมาสหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยวันละ 119,000 คน และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันเกือบ 1,300 ราย

ขณะเดียวกันซูมยา สวามินาทาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ว่า แม้ว่าโอมิครอนจะแพร่ระบาดรวดเร็วเมื่อดูจากตัวเลขในประเทศแอฟริกาใต้ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าตัวในแต่ละวัน  แต่ประชาชนทั่วโลกควรเตรียมตัวและระมัดระวัง ไม่ใช่ตื่นตระหนก เพราะสถานการณ์ขณะนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

 

เธอยืนยันด้วยว่า สายพันธุ์เดลตายังทำให้มีผู้ติดเชื้อมากถึง 99% ของทั้งหมดทั่วโลก และสายพันธุ์โอมิครอนจะต้องมีความสามารถแพร่ระบาดมากกว่านี้จึงจะเป็นสายพันธุ์หลักแทนที่เดลตาได้ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่อาจคาดเดาได้ และหวังว่าโอมิครอนจะมีความรุนแรงน้อยกว่า