พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท.1 กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยในปี 64 ได้หลอกลวงเหยื่อผู้ชายให้โอนเงินให้แล้ว 5 คน รวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท โดยเงินก็จะนำไปใช้จ่ายซื้อสิ่งของส่วนตัว ไม่ได้โอนย้ายเงินต่อไปยังบัญชีบุคคลอื่น แต่มีการใช้บัญชีของผู้อื่นเป็นบัญชีรับเงินจากเหยื่อ ส่วนสามีของผู้ต้องหาได้สอบปากคำแล้วพบว่าไม่ทราบเรื่องที่ภรรยากระทำความผิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลและภาพของผู้อื่น ทำให้ผู้นั้นได้รับความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , และฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หลังจากนี้ก็จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ภายหลังน้องโบนัสได้เข้าพูดคุยกับผู้ต้องหา ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการที่ได้เข้าไปพบคู่กรณี สิ่งแรกที่เห็นคือร้องไห้ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษ ไม่ได้มีเจตนาทำร้าย เพียงแค่ชื่นชอบว่าทางผู้เสียหายทั้งสวย ทั้งเก่ง ซึ่งตนได้ตำหนิการกระทำของผู้ต้องหาไป เชื่อว่าผู้ต้องหายังไม่สำนึกผิด ยังคงพูดจาโกหกเหมือนเดิม ซึ่งเกรงว่าสิ้นสุดคดีนี้ทางผู้ต้องหาจะออกมาก่อเหตุลักษณะเดิมซ้ำอีก ส่วนตัวแล้วต้องใช้คำว่า "หน้าด้าน" เพราะทางผู้ต้องหาเคยบอกกับทางเหยื่อชายว่า เขาไม่กลัวอยากจะแจ้งความดำเนินคดีอย่างไรก็เชิญ