กรมวิทย์ฯ ยืนยัน ไทยมีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อโอไมครอน ได้ ขณะเดียวกัน การตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธีRT-PCR ยังเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก พร้อมกันนี้ กรมวิทย์อยู่ระหว่างการพัฒนาน้ำยาตรวจหาเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนคาด 2-3 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

30 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ศุภกิจ  ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุถึง ไวรรัสสายพันธุ์ B.1.1.529  หรือมีชื่อว่า "โอไมครอน"

 

จากจำนวนตัวอย่างผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรรวม 75 ตัวอย่างจาก ประเทศต้นทาง  กาตาร์ รัสเซีย ฝรั่งเศส จีน อเมริกา อังกฤษ  เกาะมอรีเชียส แอฟริกาใต้ ผลการเฝ้าระวัง 45 ตัวอย่าง ยังไม่พบเชื้อโอไมครอน  ซึ่งที่พบเป็นสายพันธุ์เดลต้า และสายพันธุ์ด้อยของเดลต้า โดยอยู่ระหว่างตรวจวิเคราะห์อีก 30 ตัวอย่าง 

 

ส่วนผลการตรวจหาสายพันธุ์โอไมครอน ผู้ที่เดินทางเข้าราชอาณาจักร 8 ราย โดยได้ขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนที่ทำการตรวจหาเชื้อ ส่งตัวอย่างเชื้อมาให้  ได้แก่ โปแลนด์ 1 ราย รัสเซีย 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย  เบลเยี่ยม 1 ราย มองโกเลีย 2 ราย  ไอซ์แลนด์ 1 ราย   และสปป. ลาว 1 ราย ยังไม่พบเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ หากพบผลบวก 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> "หมอเฉลิมชัย" เผย สายพันธุ์โอไมครอน อาจรุนแรงน้อยกว่าที่คิด

กรมวิทย์ฯ เร่งผลิตน้ำยาตรวจหาเชื้อ "โอไมครอน"

สำหรับข้อกังวลที่ว่าการตรวจหาเชื้อด้วย RT- PCR ไม่สามารถตรวจเจอเชื้อโอไมครอนได้นั้น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า  มีข้อกำหนดชัดเจน ไม่ว่าห้องปฏิบัติการใดก็ตาม ถ้าจะตรวจเชื้อหาสารพันธุกรรมแล้วไม่พบเชื้อ  ต้องมีการตรวจยีนมากกว่า 1 ยีน และต้องไม่พบเชื้อทั้งคู่ ถึงจะยืนยันผลออกมาได้  

 

โดยให้เลือกใช้ชุดตรวจที่มีการตรวจสารพันธุกรรมเป้าหมายของเชื้อ SAS-CoV-2 มากกว่า 1 ยีนที่ต่างกัน หรือตรวจ 1 มีมากกว่า 1 ตำแหน่งที่ต่างกัน โดยการแปรผลให้ยึดตามเอกสารกำกับชุดน้ำยา และยืนยันการตรวจด้วยวิธี RT- PCR ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกยังคงตรวจหาเชื้อโอไมครอนได้ 

 

สำหรับน้ำยาตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธี RT- PCR  มีชุดตรวจที่ผ่านการประเมินจาก อย.104 ยี่ห้อ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นได้น้อยมากที่ชุดน้ำยาตรวจ จะหาเชื้อโอไมครอนไม่เจอ มีเพียง 2 ใน 400 เท่านั้น 

 

โดยการตรวจเชื้อทั่วไป RT-PCR ยังคงเป็นวิธีการตรวจหาเชื้อมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ  แต่หากต้องการรู้สายพันธุ์ ต้องเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวัง การตรวจเชื้อด้วยวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรมทั้งตัว  และน้ำยาชุดตรวจพิเศษหาสายพันธุ์ เช่น น้ำยาชุดตรวจเฉพาะ เดลต้า อัลฟ่า บีต้า หากตัวอย่างเชื้อพบ 2 สายพันธุ์ในตัวอย่างเดียว สันนิษฐานได้ว่าคนนั้น มีเชื้อโอไมครอน  ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อยู่ระหว่างการพัฒนาน้ำยาตรวจเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอน คาดว่า 2-3 สัปดาห์แล้วเสร็จ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> เปิดภาพเทียบชัดๆ "สายพันธุ์โอไมครอน" กับ "สายพันธุ์เดลตา"

กรมวิทย์ฯ เร่งผลิตน้ำยาตรวจหาเชื้อ "โอไมครอน"

ขณะที่การตรวจด้วยชุดตรวจ  ATK  เบื้องต้นยังสามารถใช้ชุดตรวจ ATK ในการตรวจหาเชื้อได้  โดยขณะนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการตรวจสอบชุดตรวจATK ต่อสายพันธุ์โอไมครอน ต่อไป

ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กังวลถึงกลุ่มแรงงานที่ลักลอบเข้ามายังประเทศ ผ่านช่องทางธรรมชาติตามชายแดนต่างๆ อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการระบาดโควิดได้ และสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


ด้าน นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ระบุถึงกรณีการตรวจหาเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ในประเทศไทย ยังไม่พบผู้เดินทางจากประเทศที่มีผู้ป่วยสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทย ส่วนประเทศที่พบสายพันธุ์โอไมครอน คือ 8 ประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ ทวีปยุโรป ประกอบด้วย อิตาลี เยอรมันนี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ส่วนในทวีปเอเชีย พบที่ฮ่องกง และอิสราเอล และประเทศออสเตรเลีย  

 

ขณะที่หลายประเทศได้ปรับมาตรการเข้าประเทศสำหรับผู้เดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกาใต้ โดยประเทศออสเตรเลียห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาก 9 ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เข้าประเทศ สหราชอณาจักร สหภาพอียู คานาดา ห้ามไม่ให้ผู้ที่เดินทางมาจาก นามิเบีย ซิมบับเว บอสวาน่า เลโซโท และเอสวาตินี เดินทางเข้าประเทศ สหรัฐอเมริกาประกาศระงับเที่ยวบินจาก 8 ประเทศในแอฟริกา ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 

 

ขณะที่อิสราเอล ห้ามผู้ที่เดินทางจากแอฟริกาใต้ เข้าประเทศและห้ามชาวอิสราเอลเดินทางไป 7 ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี เริ่มห้ามนักท่องเที่ยวจาก 7 ประเทศแอฟริกาใต้ เดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นออกมาตรการจำกัดผู้ที่เดินทางมาจาก 6 ชาติในแอฟริกาใต้ และให้ชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาจาก 6 ประเทศต้องกักตัวโดยจะกักตัว 10 วัน และตรวจหาเชื้อโควิด-19   3 ครั้งในช่วงเวลากักตัว อิหร่าน และบราซิล ห้ามนักเดินทางจาก 6 ประเทศ และสิงคโปร์ เพิ่มรายชื่อ 7 ประเทศในแอฟริกาใต้ ให้อยู่ในบัญชีแดง สำหรับผลการตรวจหาเชื้อโควิด ในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ผ่านทางท่าอากาศยาน จำนวน 122,398 พบผู้ติดเชื้อร้อยละ 0.13 จากผู้เดินทางเข้าประเทศ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> ศูนย์จีโนมฯ ห่วงชุดตรวจบางยี่ห้อ ตรวจจับสายพันธุ์โอไมครอนไม่ได้

กรมวิทย์ฯ เร่งผลิตน้ำยาตรวจหาเชื้อ "โอไมครอน"