ประธาน TDRI ชี้การควบรวมกิจการระหว่างทรู-ดีแทค กระทบผู้บริโภค เหตุเหลือผู้ให้บริการน้อยราย การแข่งขันลดลงเหมือนในช่วง 15 ปีก่อน จี้ กสทช.ออกกฎหมายลูกป้องกันการผูกขาด

ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ระบุ ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ DTAC นั้น ไม่ว่าจะเรียกความร่วมมือที่เกิดขึ้นว่าอย่างไร แต่นี่คือการควบรวมกิจการ มีโครงสร้างกึ่งผูกขาดอยู่แล้ว จึงค่อนข้างอันตรายต่อการผูกขาดตลาด ผู้ได้รับผลกระทบทางบวกจากเรื่องนี้คือผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท รวมทั้งบริษัทคู่แข่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการควบรวมกิจการแต่มีราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ที่เมื่อควบรวมแล้วจะทำให้เหลือผู้เล่นเพียงสองราย การแข่งขันและการตัดราคากันจะน้อยลงไปด้วย เห็นได้ขัดเจนจากราคาหุ้นของดีแทค เพิ่มขึ้น 17% ทรูเพิ่มขึ้น 15% และ AIS เพิ่มขึ้น 7.7%

TDRI จี้รัฐออกกฎหมายสกัด ‘ผูกขาด‘ ธุรกิจมือถือ

            ส่วนผู้ได้รับผลกระทบด้านลบคือผู้บริโภค และคู่ค้าของผู้ให้บริการ ซึ่งอาจมีอำนาจต่อรองลดลง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่คาดว่าจะได้รับการสนับสนุน การควบรวมจะทำให้ผู้สนับสนุนลดลงไปหนึ่งราย

ส่วนรัฐบาลจะได้รับผลกระทบรายได้ลดลง ถ้ามีการประมูลคลื่นความถี่ ผู้เข้าประมูลจะลดลง รายได้ของรัฐย่อมลดลงด้วย ขณะที่ประชาชนจะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อไปทดแทนรายได้ของรัฐที่หายไป

TDRI จี้รัฐออกกฎหมายสกัด ‘ผูกขาด‘ ธุรกิจมือถือ

ถัดมาคือระบบเศรษฐกิจไทย ผลของการควบรวมกิจการจะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีต้นทุนสูงขึ้น การประกอบอาชีพ การค้าขายออนไลน์ การเรียนออนไลน์ จะได้รับผลกระทบทั้งหมด

      หน่วยงานกำกับดูแล ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. จะต้องส่งสัญญาณในการคุ้มครองผู้บริโภค โดย กสทช.สามารถออกกฏหมายลูก หรือ ประกาศ กสทช. เพื่อป้องกันการผูกขาดที่จะกระทบต่อผู้บริโภค โดยให้กิจการโทรคมนาคม สามารถขายกิจการได้ แต่ขายให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่ใช่ขายให้ผู้ประกอบการรายเดิมที่มีอยู่ในตลาด

      เมื่อการควบรวมกิจการเกิดขึ้น จะทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือกลับไปเหมือนครั้งที่มีผู้ประกอบการเพียงสองรายเมื่อ 15 ปีก่อนหรือปี 2547 ถ้าตลาดย้อนกลับไปเหมือนในอดีต อาจเกิดการปรับตัวของค่าบริการที่สูงขึ้น หรือเกิดแพคเก็จที่ไม่เกิดประโยชน์กับผู้บริโภค และยิ่งจะกระทบกับการทำธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือและบริการไร้สาย ธุรกิจบริการโทรคมนาคมถ้าเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่แค่สองราย จะเกิดผลกระทบอย่างมากกับผู้บริโภค เพราะเป็นกิจการที่มีผู้ประกิจการน้อยราย