นิวซีแลนด์เผยแผนเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ปีหน้า แต่ยังต้องกักตัว 7 วันเมื่อเดินทางถึง

คริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีรับมือโควิด-19 ของนิวซีแลนด์ แถลงวันนี้ว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้านิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.2565 เป็นต้นไป แต่ต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนการเดินทาง แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน และประวัติการเดินทาง และต้องกักตัวนาน 7 วันเมื่อเดินทางถึง รวมทั้งต้องตรวจโควิด-19 หนึ่งครั้งก่อนท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้

 

นอกจากนี้ตามแผนเปิดพรมแดนอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากปิดประเทศมานานกว่า 2 ปีนับจากเริ่มมีการระบาดในประเทศ จะเริ่มขั้นแรกโดยให้พลเมืองนิวซีแลนด์ และชาวต่างชาติ ซึ่งถือวีซ่าพำนักอาศัยในออสเตรเลีย ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ปีหน้า และพลเมืองนิวซีแลนด์และผู้ถือวีซ่าพำนักอาศัยจากประเทศส่วนใหญ่จะเข้านิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.ปีหน้า  ทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ต้องเข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ แต่ต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนออกเดินทาง มีหลักฐานการฉีดวัคซีน และมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบเมื่อเดินทางถึง

 

 

นิวซีแลนด์เปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 เม.ย.

 

 

ฮิปกินส์ ระบุว่า แผนเปิดพรมแดนทีละขั้นจะทำให้นิวซีแลนด์สามารถเชื่อมโยงกับทั่วโลกได้อย่างปลอดภัยที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างระมัดระวัง และสามารถลดผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มเสี่ยงและระบบสาธารณสุขของประเทศ

 

ปัจจุบันมีเพียงพลเมืองนิวซีแลนด์ และชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าพำนักอาศัยถาวรสามารถเข้าประทเศได้ และต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้นาน 7 วัน

 

นิวซีแลนด์เปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 เม.ย.

 

 

ส่วนสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 215 คนในวันนี้ และผู้ติดเชื้อสะสม 10,609 คนย และผู้เสียชีวิตสะสม 40 ราย

 

แม้ประเทศกำลังพยายามควบคุมการระบาดของไวรัสเดลตาที่แพร่กระจายรวดเร็ว แต่รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายโควิดเป็นศูนย์เพื่ออยู่ร่วมกับโรค โดยหันไปเน้นการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน และรับมือกับโควิด-19 ในสถานะโรคประจำถิ่น