ผอ.ฝ่ายสื่อของรองประธานาธฺบดีกมลา แฮร์ริส ลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่อีกหลายคนก็เตรียมลาออก หลังไม่ประสบความสำเร็จในการยกระดับภาพลักษณ์ของรองผู้นำประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า แอชลีย์ เอเตียน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของรองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จะลาออกจากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อไปแสวงหา “ โอกาสอื่น ๆ ” 

 

เจ้าหน้าที่บอกว่า “แอชลีย์เป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมรองประธานาธิบดี ซึ่งทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อบรรลุเป้าหมายของฝ่ายบริหารนี้ เธอกำลังจะออกจากสำนักงานในเดือนธันวาคม เพื่อไปแสวงหาโอกาสอื่นๆ”

 

การจากไปของเอเตียนเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาว กับสำนักงานรองประธานาธิบดี ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของแฮร์ริสหลายคนเริ่มติดต่อกับพวกที่พวกเขาติดต่อด้วย เพื่อบอกว่าพวกเขากำลังจะลาออก 

รองประธานาธิบดีสหรัฐเปลี่ยน ผอ.ฝ่ายสื่อ หลังทำภาพลักษณ์แย่ลง

 

 

ขณะที่แหล่งข่าว 2 รายมองว่าเอเตียน น่าจะออกไปนาน ก่อนหน้านี้แล้ว โดยรายหนึ่งบอกว่าเธอ "ไม่เหมาะ" ที่จะทำงานกับแฮร์ริส และไม่มีบทบาทแข็งขันเพียงพอในการจัดทำกลยุทธ์การสื่อสารสำหรับปีแรกที่สับสนวุ่นวายของแฮร์ริส

 

แต่ตอนนี้แฮร์ริสยังไม่มีแผนที่จะหาใครมาแทนเอเตียนในทันที

 

ก่อนที่จะร่วมงานกับฝ่ายบริหารของไบเดน เอเตียนเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของการรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของไบเดน และเป็นมืออาชีพด้านการสื่อสารสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งหลายคนในวอชิงตัน รวมทั้งแนนซี่ เปโรซี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสมัยนั้น และประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในขณะนั้น

รองประธานาธิบดีสหรัฐเปลี่ยน ผอ.ฝ่ายสื่อ หลังทำภาพลักษณ์แย่ลง

 

ขณะที่แฮร์ริสนั้นมีปัญหาในการสื่อสารข้อความนับตั้งแต่ที่เธอล้มเหลวในการหาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และบางครั้งก็เงอะงะในการสื่อสารข้อความของทำเนียบขาวออกไปสู่สาธารณะ

 

หลายคนในแวดวงรองประธานาธิบดีบอกในฤดูใบไม้ร่วงนี้ว่าเธอไม่ได้เตรียมตัว หรือไม่ได้วางตำแหน่งที่มากเพียงพอ และก็ถูกกีดกันออกไป ตัวรองประธานาธิบดีเองก็ได้บอกกับคนสนิทหลายคนว่าเธอรู้สึกถูกจำกัดในสิ่งที่เธอสามารถทำได้ 


แหล่งข่าวที่ถกถึงสถานการณ์เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมามากขึ้นบอกว่า เจ้าหน้าที่ของแฮร์ริสทำให้เธอล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และปล่อยให้เธอถูกโจมตี จนทำเนียบขาวต้องเข้ามาควบคุมความเสียหายมากกว่า 1 ครั้ง

รองประธานาธิบดีสหรัฐเปลี่ยน ผอ.ฝ่ายสื่อ หลังทำภาพลักษณ์แย่ลง