“กรมนามัย” แนะวิธีนักท่องเที่ยวชอบกางเต็นท์-เดินป่า ระมัดระวังสัตว์มีพิษ พร้อมแนะนำวิธีแก้พิษงู – แมลงต่าง ๆ หากถูกกัด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวมักจะมีนักท่องเที่ยวชอบการเดินป่าเขา หรือกางเต็นท์พักแรมตามวนอุทยานต่าง ๆ 

“กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข” แนะสิ่งที่ควรต้องให้ความระมัดระวังคือ แมลงและสัตว์มีพิษต่างๆโดยเฉพาะงู ในกรณีถูกงูกัด การปฐมพยาบาลควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ห้ามกรีดหรือดูดบริเวณที่ถูกกัด ไม่ควรขันชะเนาะ ให้รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และจดจำลักษณะงูที่กัดเพื่อแจ้งแพทย์ให้การรักษาที่ถูกต้อง

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า

สัตว์และแมลงมีพิษที่ต้องระวัง

 

1.งู

วิธีการแก้พิษ

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ห้ามกรีดหรือดูดบริเวณที่ถูกกัด ไม่ควรขันชะเนาะให้รีบพาไปพบแพทย์ทันทีและจดจำลักษณะงูที่กัดเพื่อแจ้งแพทย์ให้ทำการรักษาที่ถูกต้อง

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า

 

 

2.แมงป่อง

วิธีการแก้พิษ

อาการส่วนใหญ่ปวดบวมบริเวณที่ถูกต่อยในวันแรกและมักหายได้เอง สำหรับรายที่อาการรุนแรงอาจมีหัวใจเต้นเร็วปวดกล้ามเนื้อและกระดูกให้ปฐมพยาบาลโดยทำความสะอาดบริเวณที่ถูกกัด ด้วยน้ำสะอาดและประคบเย็นครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการปวมเฉพาะที่

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า

3.แมลงก้นกระดก

วิธีการแก้พิษ

พิษของแมลงชนิดนี้จะทำให้ปวดแสบปวดร้อนมีอาการคัน ผิวไหม้ ผื่นแดง และเป็นตุ่มน้ำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือจุมหรือแช่บริเวณที่โดนแมลงต่อยในน้ำเย็น ประมาณ 5 – 10 นาที สลับกับการเป่าให้แห้ง หากมีอาการอักเสบรุนแรงให้รีบพบแพทย์ทันที

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า

 

4.กิ้งกือ

วิธีการแก้พิษ

กิ้งกือบางชนิดสามารถปล่อยสารพิษจากลำตัวหากสัมผัสจะทำให้ผิวหนังไหม้ ปวดแสบ ปวดร้อยวิธีปฐมพยาบาลคือล้างน้ำให้มาก ๆ และหายาฆ่าเชื้อโรค

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า

 

แนะวิธีแก้พิษงู-แมลง สำหรับนักเที่ยวสายลุยชอบกางเต็นท์-เดินป่า