ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อเป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รายละไม่เกิน 5 แสนบาท ดอกเบี้ย 4.5% ต่อปี และสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในครัวเรือน รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือน ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

11 พฤศจิกายน 2564 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่มาจากอิทธิพลพายุโซนร้อน เช่น พายุเตี้ยนหมู่ ไลออนร็อก คมปาซุ  ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ การสร้าง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตรหลังจากได้รับความเสียหาย วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.50 ต่อปี) ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 15 ปี นับแต่วันกู้
สมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

โดยก่อนหน้านี้ ธ.ก.ส. ได้ออกสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประสบภัยนำไปใช้จ่ายที่จำเป็นเร่งด่วนภายในครัวเรือน รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน และตั้งแต่เดือนที่ 7 อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.50 ต่อปี) ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันกู้

ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 หมื่นล้าน ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้พนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พร้อมจัดหาถุงยังชีพไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน รวมถึงเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ อีกทั้ง ธ.ก.ส. ได้พิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยออกไปสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ตามศักยภาพของลูกหนี้โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของเกษตรกรผู้ประสบภัย เกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ ธ.ก.ส. ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ทันที หรือสอบถามที่ Call Center 02 555 0555 นายสมเกียรติกล่าว