และต่อมาเพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคม ทางพระราชวรเวที เจ้าคณะจังหวัดสงขลา ประสานไปยังพระปลัดสุภวัฒ สุวณฺโณ เจ้าคณะตำบลทุ่งตำเสา และพระมหาสันชัย ฐิติฆโร เจ้าอาวาสวัดคลองเรียน ให้เชิญตัว พระมหาสุภักดิ์ เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ที่วัดโคกสมานคุณ
โดยหลังจากที่มีการพูดคุยกันเกือบครึ่งชั่วโมงและทางเจ้าคณะจังหวัดสงขลาได้ตักเตือนพระมหาสุภักดิ์ ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่พระจะไปพักอยู่ที่บ้านกับญาติเพราะคนที่ไม่รู้จักจะเข้าใจผิดเหมือนที่แชร์กันในโซเชียล พร้อมกับหาข้อสรุปเพื่อยุติปัญหาและข้อครหาที่ชาวบ้านอาจจะเข้าใจผิด
โดยทางพระราชวรเวที เจ้าคณะจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งห้ามไม่ให้พระมหาสุภักดิ์ กลับไปที่บ้านญาติหลังนี้อีก หากมีธุระจำเป็นเร่งด่วนก็ให้แจ้งกับเจ้าคณะตำบลทุ่งตำเสาก่อนทุกครั้งรวมทั้งให้ออกจากพื้นที่จ.สงขลา ไปก่อนเพราะไม่ใช่พระที่สังกัดอยู่ที่วัดในจ.สงขลา เป็นแค่พระอาคันตุกะ โดยให้ออกจากวัดคลองเรียน ไปพักอยู่ที่วัดศรีมหาโพธิ์ ที่อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่เคยไปจำวัดอยู่มาก่อนส่วนจะเดินทางออกจากวัดคลองเรียนวันไหนนั้นทางเจ้าอาวาสวัดคลองเรียนจะดำเนินการต่อไป ซึ่งทางพระมหาสุภักดิ์ ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม และบอกว่าหากสถานการณ์โควิดคลี่คลายก็จะกลับไปอยู่ที่วัดไทยเชตะวัน ทันที พร้อมกับขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้คณะสงฆ์จ.สงขลาเสื่อมเสียเพราะชาวบ้านเข้าใจผิด
ด้านพันตำรวจเอกอภิสฤษฎิ์ มณีโชติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจทุ่งตำเสา บอกว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งก็ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงทันที่และทราบว่าเป็นพี่เป็นน้องกันและ มีพ่อแม่เดียวกัน หลังจากนี้ก็ให้เป็นไปตามมติของคณะสงฆ์จังหวัดสงขลา