รู้จักใบ ป.1-ป.14 ใบอนุญาตอาวุธปืน ปม “ใบ ป.12” แก้ปัญหาถูกจุดไหม?
09 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ทำความรู้จักใบอนุญาตอาวุธปืน ป.1-ป.14 เจาะปม “ใบ ป.12” งดออกใบพกปืน หลังเหตุกราดยิง แก้ถูกจุดไหม พร้อมชำแหละปัญหา “ปืนผิดมือ” และทางแก้ที่ต้นเหตุ
ข่าว
09 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ทำความรู้จักใบอนุญาตอาวุธปืน ป.1-ป.14 เจาะปม “ใบ ป.12” งดออกใบพกปืน หลังเหตุกราดยิง แก้ถูกจุดไหม พร้อมชำแหละปัญหา “ปืนผิดมือ” และทางแก้ที่ต้นเหตุ
KEY
POINTS
9 สิงหาคม 2569 จากเหตุสะเทือนขวัญนักเรียน “กราดยิง” ในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เป็นเหตุให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บหลายสิบคน จุดคำถามใหญ่เรื่องรัฐงดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือ “ใบ ป.12” แก้ปัญหาถูกจุดหรือแค่สกัดการพกพา? เปิดข้อมูล “ใบอนุญาตปืน” ป.1-ป.14 เจาะลึก ป.3 ป.4 และ ป.12 พร้อมชำแหละปมที่อาจเป็นต้นตอเหตุรุนแรง
เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิต รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตาถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลอีกครั้ง
โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำมาตรการห้ามพกพาอาวุธออกนอกเคหสถาน ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีคำสั่งงดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือ “ใบ ป.12” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังเกิดเหตุยิงภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่า แก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ เนื่องจากเหตุกราดยิงหลายครั้งไม่ได้เกิดจากผู้ก่อเหตุที่มีใบอนุญาต แต่เป็นกรณีที่ผู้ก่อเหตุเข้าถึงอาวุธซึ่งมีอยู่แล้วภายในครอบครัว หรือเป็นอาวุธที่ถูกกฎหมายแต่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ตามกฎหมาย การควบคุมอาวุธในประเทศไทยใช้ระบบใบอนุญาต หรือ “แบบ ป.” ซึ่งมีตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.14 โดยแต่ละแบบมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
ป.1 ใบคำขอเกี่ยวกับอาวุธปืน เป็นแบบคำขออนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยผู้มีอำนาจพิจารณาคือนายทะเบียนท้องที่ และใช้เฉพาะการยื่นคำขอในครั้งนั้น
ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือ กระบวนการดังกล่าวอาจยังขาดการประเมินด้านสุขภาพจิตหรือทัศนคติต่อการใช้อาวุธปืนอย่างเป็นระบบ
ป.2 ใบอนุญาตสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืน ใช้สำหรับการสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต และกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ การเปิดโควตานำเข้าหรือการผ่อนผันในบางช่วงเวลา อาจส่งผลให้มีอาวุธปืนเข้าสู่ระบบจำนวนมาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลเข้าสู่ตลาดมืด
ป.3 ใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ประสงค์จะซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน มีอายุ 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยนายทะเบียนท้องที่เป็นผู้พิจารณา
ข้อถกเถียงสำคัญอยู่ที่การใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบประวัติและการรับรองความประพฤติ ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่หากไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
ป.4 ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ถือเป็นใบอนุญาตสำคัญสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืนส่วนบุคคล โดยมีผลตลอดเวลาที่ผู้ได้รับอนุญาตยังเป็นเจ้าของอาวุธปืน
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ ใบอนุญาตมีลักษณะต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่มีการประเมินซ้ำด้านสุขภาพจิตหรือการตรวจสอบสถานที่จัดเก็บอาวุธปืนเป็นระยะ ทำให้เกิดข้อเสนอว่าควรมีระบบทบทวนคุณสมบัติของผู้ครอบครองในอนาคต
ป.5 ใบอนุญาตทำหรือซ่อมแซมอาวุธปืน ใช้สำหรับการทำ ประกอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน มีอายุ 1 ปี โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายทะเบียนหรือกระทรวงมหาดไทย
ประเด็นที่ต้องจับตาคือการควบคุมร้านซ่อมและดัดแปลงอาวุธปืน โดยเฉพาะกรณีการนำปืนบางประเภทมาดัดแปลงให้สามารถใช้กระสุนจริงได้ ซึ่งเคยปรากฏเป็นประเด็นในคดีกราดยิงที่ผ่านมา
ป.6-ป.11 ใบอนุญาตเกี่ยวกับการค้าและเก็บรักษา ครอบคลุมใบอนุญาตเกี่ยวกับการค้า การเก็บรักษาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง โดยอำนาจอนุญาตขึ้นอยู่กับประเภทของใบอนุญาต
หนึ่งในข้อกังวลคือระบบตรวจสอบสต็อกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในร้านค้า โกดัง และสถานที่เก็บรักษา ซึ่งถูกเสนอว่าควรพัฒนาฐานข้อมูลให้เชื่อมโยงและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ป.12 ใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ป.12 คือใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยอำนาจอนุญาตอยู่ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับการใช้ทั่วราชอาณาจักร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับการใช้เฉพาะในเขตจังหวัด
จุดนี้เองที่กลายเป็นประเด็นหลังเกิดเหตุกราดยิง เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการงดออกใบอนุญาต ป.12 เพื่อควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอว่า การงดออก ป.12 อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการนำปืนไปก่อเหตุได้โดยตรง หากอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีอยู่ภายในบ้านและผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตพกพาอยู่แล้ว
ป.13-ป.14 ใบอนุญาตย้ายและใบแทน ครอบคลุมใบอนุญาตสำหรับการย้ายอาวุธปืน รวมถึงใบแทนใบอนุญาตประเภทต่าง ๆ โดยดำเนินการผ่านนายทะเบียนท้องที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อีกประเด็นที่ถูกเสนอให้จับตาคือการย้ายทะเบียนอาวุธปืนข้ามพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบฐานข้อมูลที่สามารถติดตามประวัติอาวุธปืนได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อถกเถียงสำคัญหลังเกิดเหตุกราดยิงคือ “ปัญหาอยู่ที่การพกปืน หรืออยู่ที่การเข้าถึงปืน?”
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า เหตุกราดยิงในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะที่ผ่านมาไม่ได้มีรูปแบบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ป.12 แล้วนำปืนไปก่อเหตุ แต่หลายกรณีเกี่ยวข้องกับ ปืนที่มีอยู่ภายในครอบครัว ปืนที่ถูกขโมย ปืนที่ถูกนำไปใช้ผิดมือ หรืออาวุธที่ถูกดัดแปลง
ดังนั้น การงดออก ป.12 จึงอาจเป็นเพียงการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหา “ปืนผิดมือ” หากไม่ได้ควบคู่กับการควบคุมการครอบครองและจัดเก็บปืนภายในบ้าน
โดยเฉพาะเมื่อใบอนุญาต ป.3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อปืน และ ป.4 ซึ่งอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ยังคงดำเนินการตามระบบปกติ ปืนจำนวนมากจึงยังคงอยู่ในครัวเรือน แม้เจ้าของจะไม่มีใบอนุญาต ป.12 ก็ตาม
จับตา “Safe Storage” ทางออกลดปืนผิดมือ อีกข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการกำหนดมาตรฐาน Safe Storage หรือการจัดเก็บอาวุธปืนอย่างปลอดภัย เช่น การใช้ตู้เซฟ ระบบล็อกไกปืน หรือมาตรการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่าย
รวมถึงการพิจารณาให้มีการตรวจสอบสภาพการครอบครองและสถานที่จัดเก็บเป็นระยะ แทนการปล่อยให้ใบอนุญาตครอบครองปืนดำเนินต่อเนื่องโดยไม่มีการประเมินซ้ำ
ข้อเสนออีกด้านคือ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ครอบครองเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากสภาพร่างกาย สุขภาพจิต การติดสุรา หรือสารเสพติด รวมถึงปัจจัยด้านพฤติกรรมของบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงไปจากวันที่ได้รับใบอนุญาต
ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างถึงในประเด็นนี้ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนของพลเรือนอยู่ในระดับสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีอาวุธปืนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาต ป.4 มากกว่า 6.2 ล้านกระบอก
ในจำนวนนี้เป็นปืนสั้นประมาณ 3.74 ล้านกระบอก และปืนยาวประมาณ 2.47 ล้านกระบอก ขณะเดียวกันยังมีการประเมินว่ามีปืนเถื่อน ปืนไม่ขึ้นทะเบียน และปืนไทยประดิษฐ์ในตลาดมืดอีกจำนวนมาก
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การแก้ปัญหาอาวุธปืนอาจไม่สามารถจำกัดอยู่เพียงเรื่องการพกพา แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่ การซื้อ การครอบครอง การจัดเก็บ การโอน การตรวจสอบ และการติดตามอาวุธปืนตลอดอายุการใช้งาน
จากข้อสังเกตของนายอำเภอ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดบางราย ซึ่งเคยมีบทบาทเป็นนายทะเบียนอาวุธปืน พบข้อเสนอให้ปรับปรุงระบบอนุญาตหลายด้าน
หนึ่งในข้อเสนอคือ ก่อนออกใบอนุญาตซื้อปืน หรือ ป.3 ควรมีการตรวจสุขภาพจิต ตรวจประวัติอย่างละเอียด รวมถึงอาจกำหนดให้ผู้ขออนุญาตผ่านหลักสูตรความรู้และการใช้อาวุธปืนอย่างปลอดภัย พร้อมมีสถานที่จัดเก็บที่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ ควรมีระบบเรียกตรวจสอบอาวุธปืนเป็นระยะ เช่น ทุก 1 ปี หรือทุก 5 ปี เพื่อป้องกันการเปลี่ยนมือโดยผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบปืนสวัสดิการ ปืนจำนำ และปืนที่มีการโอนลอย
อีกปัญหาคือ ปืนสวัสดิการ ซึ่งมีโครงการสำหรับบุคลากรในหน่วยงานทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รวมถึงบางโครงการที่ขยายสิทธิไปยังกลุ่มอื่น ทำให้ผู้มีสิทธิสามารถซื้อปืนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด และอาจเกิดช่องโหว่ในการนำไปโอนลอยหรือจำนำ
แม้มีกฎกำหนดห้ามโอนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อกล่าวอ้างถึงการส่งมอบหรือเปลี่ยนมืออาวุธปืนก่อนครบกำหนด ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ใบ ป.12 ไม่ใช่คำตอบเดียวของปัญหาปืน การงดออกใบอนุญาต ป.12 อาจช่วยจำกัดการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะได้ในระดับหนึ่ง แต่หากเป้าหมายคือการลดเหตุกราดยิงและการเข้าถึงปืนของเด็กและเยาวชน มาตรการควบคุมจำเป็นต้องมองให้ครบทั้งระบบ
ตั้งแต่ “ป.3 ซื้อปืน ป.4 ครอบครอง การจัดเก็บภายในบ้าน การโอนและจำนำ ปืนสวัสดิการ ปืนเถื่อน” ไปจนถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ครอบครองอย่างต่อเนื่อง
เพราะโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ใครมีสิทธิพกปืน” แต่คือ “ใครสามารถเข้าถึงปืนได้ และรัฐจะป้องกันไม่ให้ปืนถูกนำไปอยู่ในมือผิดคนได้อย่างไร!”