ขณะนี้จึงยังไม่มีเงินที่จะผ่อนส่งค่าบ้านเช่าซื้อในโครงการเคหะฯ บ้านเอื้ออาทร ที่กำลังผ่อนชำระผ่านทางธนาคาร เดือนละ 3,400 บาทติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว อีกทั้งยังมีหนี้สินรายวันที่ต้องส่งอีกวันละ 400 บาท หลังจากที่เพิ่งไปกู้มาลงทุน เพื่อซื้อของมาขายจำนวน 4 พันบาท แต่ต้องส่งรวมกับดอกเบี้ยอีก 1 พันรวมเป็นเงิน 5 พันบาท และจะต้องส่งให้หมดภายใน 24 วัน ถ้าหากหยุดค้าขายก็จะไม่มีเงินกิน จึงหยุดไม่ได้ แม้กระทั่งกับข้าวทั้งหมูไก่ก็ยังขึ้นราคาไปหมดแล้ว
ส่วนโครงการปล่อยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนของทางรัฐบาล ที่ผ่านๆ มานั้น ประชาชนผู้ที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ ไม่สามารถยื่นกู้เงินได้ ในหนึ่งร้อยรายจะได้จริงสัก 4-5 รายเท่านั้น ทั้งยังได้มาเป็นเพียงเงินจำนวนน้อย ขณะนี้จึงอยากให้รัฐบาลหาทางเข้ามาควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ขยับแพงขึ้น เพื่อลดความเดือดร้อน รวมถึงคนยังไม่กล้าใช้จ่ายที่จะซื้อกินจากแม่ค้าขายเร่อย่างตนด้วย
ด้าน น.ส.ปุยนุ่น (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี อดีตผู้จัดการร้านค้าแว่นตาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ กล่าวว่า เดิมตนเคยเป็นอดีตผู้จัดการสาขาฉะเชิงเทรา แต่หลังจากเกิดสถานการณ์ของโรคโควิด- 19 ระบาด เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วทางบริษัทได้เข้ามาพูดเพื่อโน้มน้าวและเกลี้ยกล่อมให้เขียนใบลาออก รวมถึงพนักงานทุกคนได้ถูกเรียกเข้าไปพูดคุยแบบรายตัวบุคคล จึงถูกนายจ้างเอาเปรียบโดยไม่ได้รับสวัสดิการหรือค่าชดเชยที่สมควรได้รับตามกฎหมายแรงงานหากถูกเลิกจ้าง
หลังออกมาจากงานแล้วจึงได้ไปรับสินค้ามาวางขาย แบบเปิดท้ายขายริมทาง แต่หลังจากราคาน้ำมันขยับแพงขึ้น จึงทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับลดลงแบบสวนทางกัน จึงทำให้ลำบากมากขึ้น โดยตนขายขนมเปี๊ยะที่ไปรับมาจากโรงงานใน จ.สิงห์บุรี นำมาขายในราคากล่องละ 180 บาท มีกำไรเหลือเพียงวันละ 200-400 บาท หากวันไหนขายดีจึงจะเหลือกำไร 500-600 บาท แต่ก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน รวมถึงค่าผ่อนบ้านที่เคยซื้อไว้เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่ จ.ปทุมธานี
ข่าว/ภาพ-สนทะนาพร อินจันทร์