นายไวพจน์ พุ่มพฤก หัวหน้าสำนักงานปลัด บอกว่า นางอี๋ทำงานที่ อบต.แห่งนี้มากว่า 10 ปีแล้ว จากที่ได้ร่วมงาน ก็เป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย พูดจาไพเราะ มีสัมมาคาราวะ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องงาน แต่เรื่องส่วนตัวหรือปัญหาทางการเงินนั้นตนเองไม่ทราบ เพราะตอนที่มายื่นใบลาออกก็ระบุเหตุผลแค่ว่าจะไปประกอบธุรกิจส่วนตัวเท่านั้น ก็เพิ่งจะมาทราบก็ตอนที่มีชาวบ้านไปแจ้งความและเป็นข่าว ก็ยังช็อกเพราะไม่คิดว่าจะเป็นไปได้เนื่องจากขัดกับนิสัยใจคอที่เห็น แต่เรื่องที่กู้ยืมเงินคนใน อบต.นั้น ก็พอทราบเพราะ จนท.ก็มีการกู้ยืมเงินสหกรณ์ซึ่งก็ต้องผลัดกันค้ำก็ถือเป็นเรื่องธรรม แต่ที่ไปกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกจนเป็นหนี้หลายล้านบาทนั้นตนเองไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงตามที่ถูกกล่าวหาก็อยากให้นางอี๋ กลับมาเคลียร์ให้จบก็เสียหายอนาคตการงาน
ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายคน จากนั้นก็จะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะออกหมายจับตามขั้นตอน ทั้งนี้ก็จะรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบสำนวนคดี ส่วนที่ชาวบ้านระบุว่าผู้ถูกกล่าวหานำโฉนดปลอมมาวางค้ำประกันเงินที่กู้ยืมนั้น ก็อยู่ระหว่างส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นครราชสีมา
โดย - สุรชัย พิรักษา