บางคนก็ให้ทำสัญญากู้ยืมไว้ หากคนไหนบอกว่าไม่มีเงิน นางอี๋ ก็จะพูดหว่านล้อมว่าตัวเองมีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงข้าราชการ และสามีก็เป็นรองนายก อบต. เพื่อให้เหยื่อเชื่อใจว่าจะไม่โกง จนเหยื่อต้องไปหยิบยืมมาให้เพราะสงสารคิดว่านางอี๋ เดือดร้อนจริงๆ กระทั่งเมื่อช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เรื่องเริ่มแดงเมื่อเหยื่อรู้ว่านางอี๋ ไปหยิบยืมเงินหลายคนแล้วไม่ยอมจ่ายคืน จึงพยายามโทรหานางอี๋ แต่ก็ติดต่อไม่ได้ไปหาที่บ้านก็ไม่อยู่ พอไปถามที่ อบต.เจ้าหน้าที่ก็บอกว่านางอี๋ ได้ลาออกไปแล้ว ชาวบ้าน ผู้สูงอายุหลายคนก็ตกใจและเชื่อว่าถูกนางอี๋ หลอกแน่นอน พอนำโฉนดที่ดินที่นางอี๋เอามาวางค้ำประกันไว้ ก็พบว่าเป็นโฉนดปลอม จึงได้พากันนำเอกสารหลักฐานทยอยเข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง ให้ช่วยติดตามตัวนางอี๋ มาดำเนินคดี เพราะแต่ละคนถูกหลอกยืมเงินไปรายละตั้งแต่ 100,000 - 3,000,000 บาท คาดว่าทั้งชาวบ้าน ผู้สูงอายุ และเพื่อนร่วมงานที่ อบต. ถูกนางอี๋ หลอกยืมเงินรวมเกือบ 30 ล้านบาท
นายพีระพงษ์ เสนานอก อายุ 50 ปี กล่าวว่า นางอี๋ เป็นคนหน้าตาดี ปากหวาน พูดเพราะ ตอนที่มาขอยืมเงินตนก็ร้องไห้ มาอ้อนวอนบอกว่าตัวเองเดือดร้อนต้องการใช้เงิน ตนเห็นว่าเป็นข้าราชการจึงเชื่อใจจึงให้ยืมไปรวมเป็นเงินกว่า 5 แสนบาท แต่ก็มีการทำสัญญากู้ยืมไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งมาทราบข่าวว่ามีชาวบ้าน ผู้สูงอายุหลายคนที่ถูกนางอี๋ หลอกยืมเงินแล้วเจ้าตัวก็หายไป จึงได้นำหลักฐานมาแจ้งความและปรึกษาทนายความเพื่อให้ดำเนินคดีกับนางอี๋ เช่นกัน