นักวิชาการแนะ ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ หันมาใช้จักรยาน และรถสาธารณะกันให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงมลพิษจาก "ก๊าซ Nox" รวมทั้งการเลือกใช้พลังงานสะอาดทดแทน ระบุ การสูด ก๊าซ NOx เข้าไปจะเกิดกรดไปกัดกร่อนปอดทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาได้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

2 พฤศจิกายน 2564 "ก๊าซ NOx" ภัยมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ เป็นอันตรายอย่ายิ่งต่อระบบทางเดินหายใจ พบมากในช่วงต้นฤดูหนาว หรือเข้าเดือนพฤศจิกายน แม้ปัญหาวิกฤติ โควิด-19 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่มักเกิดในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นร่วมด้วย คือ มลภาวะที่มากับฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาวะของผู้คนและสิ่งแวดล้อม

แนะเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพื่อลดมลพิษจาก "ก๊าซ NOx" อย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.ภัทรพร โปสกนิษฐกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเคมีสิ่งแวดล้อม ได้อธิบายว่า "ก๊าซ NOx" หรือ ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นก๊าซซึ่งมีส่วนประกอบทางเคมีของไนโตรเจนและออกซิเจน เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่างๆ ซึ่งได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และน้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน หรือดีเซล ฯลฯ ที่ใช้กับรถยนต์ด้วยการสันดาปที่อุณหภูมิสูง เป็นที่ทราบกันดีว่า รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หรือเครื่องยนต์ที่ระเบิดด้วยการอัดอากาศนั้น ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมลพิษเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางอากาศ

การป้องกันภัยจากมลพิษจาก “ก๊าซ NOx”  สามารถทำได้โดยการกำหนดมาตรฐานไอเสียของยานพาหนะ ควบคู่กับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ยานพาหนะปลดปล่อยไอเสียออกมาได้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนด ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดโดยอ้างอิงกับมาตรฐานที่ใช้กับกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปซึ่งแบ่งได้หลายระดับ 

แนะเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพื่อลดมลพิษจาก "ก๊าซ NOx" อย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.ภัทรพร มองว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงใช้เกณฑ์มาตรฐานในระดับที่มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่สูงเท่าที่ควร ถึงเวลาแล้วที่ควรยกระดับมาตรฐานเพื่อสุขภาวะของประชาชน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนอนาคตที่ดีกว่าของประเทศชาติ

นอกจากนั้น ควรรณรงค์ให้ประชาชนหมั่นตรวจสภาพเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพพร้อมใช้ และเลือกใช้ Catalytic Converter หรือตัวทำปฏิกิริยาตรงท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งใช้เทคโนโลยี ในการดักจับ "ก๊าซ NOx" ที่มีประสิทธิภาพ

แนะเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพื่อลดมลพิษจาก "ก๊าซ NOx" อย่างยั่งยืน

รวมทั้งควรเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีระบบหมุนเวียนไอเสีย หรือ Exhaust Gas Recirculation (EGR) เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ซึ่งจะสามารถช่วยควบคุมมลพิษจาก "ก๊าซ NOx" ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย ตลอดจนเลือกใช้พลังงานสะอาดทดแทน เช่น เปลี่ยนมาใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนการใช้น้ำมัน ซึ่งในประเทศไทยพบว่ายังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร อีกทั้งในการผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังคงใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติถึงเกือบร้อยละ 80 ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน

ที่มา