กองกำลังเทพสตรี จับขบวนการขนต่างด้าวสุดแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ จ.ระนอง ส่ง กทม. อ้างป่วยโควิด หวังตบตาเจ้าหน้าที่แต่สุดท้ายไม่รอด

     วันนี้ (27 ต.ค.) ที่ จ.ระนอง ทหารกองกำลังเทพสตรี ได้มีการจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ ได้ที่บริเวณ จุดตรวจศิลาสลัก หมู่ที่ 1 ตำบล จ.ป.ร. อ.กระบุรี สามารถจับกุมแรงงานชาวเมียนมาร์ได้ 10 คน โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ พบรถตู้รับส่งผู้ป่วย (AMBULANCE) ทะเบียน นข 6492 พิษณุโลก ยี่ห้อโตโยต้า Commuter สีบรอนซ์ เปิดไฟฉุกเฉิน จาก จ.ระนอง มุ่งหน้า จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจ พบนายประสิทธิ์ สุขเกษม อายุ 33 ปี เป็นคนขับรถ พร้อมด้วย น.ส.น้ำทิพย์ หรือน้ำทิพย์ ปิ่นเพชร อายุ 35 ปี นั่งหน้าซ้าย และพบผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยอีก 10 คน เป็นชาวเมียนมาร์

จับขบวนการขนต่างด้าวแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ส่ง กทม.

จับขบวนการขนต่างด้าวแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ส่ง กทม.

จับขบวนการขนต่างด้าวแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ส่ง กทม.

 

     สอบถาม นายประสิทธิ์ คนขับรถอ้างว่า ปกติจะเดินสายในการรับผู้เสี่ยงติดเชื้อในหลายพื้นที่เพื่อส่งต่อ โดยชุดนี้ได้รับการประสานจากหน่วยงานหนึ่งให้มารับชาวเมียนมาที่ จ.ระนอง เพื่อไปส่งที่ กทม. โดยทุกคนมีผลตรวจว่าเป็นโควิด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นเอกสารปลอม นายประสิทธิ์ อ้างว่าไม่รู้เรื่องเอกสารปลอม พร้อมเผยว่า มีคนว่าจ้างชื่อ เป่า เป็นชาวเมียนมา ซึ่งพาทั้ง 10 คนมารอขึ้นรถด้วยตัวเอง และให้ค่าจ้างในการนำพารายหัว หัวละ 16,000 บาท (10 คน 160,000 บาท) เพื่อไปส่งในพื้นที่ กทม. แต่เมื่อรถติดไฟแดง ที่ อ.กระบุรี นายเป่า ได้ขอลงจากรถ อ้างว่าต้องไปทำธุระต่อ

     สำหรับแรงงานชาวเมียนมา 10 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 7 คน นั่งมาเต็มคันรถ สอบถามทราบว่า ทุกคนเข้ามาทำงานใน จ.ระนอง ได้ราว 1 เดือนเศษ หลังจากนั้นมีคนติดต่อให้ไปทำงานที่ กทม. ทั้งหมดจึงมารวมตัวเพื่อรอรถมารับ บริเวณปากซอยก่อนถึงโรงแรมนลิน เพลส จ.ระนอง ประมาณ 100 เมตร 
จับขบวนการขนต่างด้าวแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ส่ง กทม.

จับขบวนการขนต่างด้าวแสบ ใช้รถ AMBULANCE ขน 10 เมียนมาร์ส่ง กทม.

     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ พร้อมดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และควบคุมตัวส่ง สภ.ปากจั่น อ.กระบุรี ทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนทั้งหมด รวมถึงตามหานายเป่า มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป