สหรัฐฯเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัท ไชนา เทเลคอม ธุรกิจโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และสั่งให้ยุติการบริการในสหรัฐฯภายใน 60 วัน

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ลงมติเมื่อวันอังคารเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท ไชนา เทเลคอม อเมริกา ที่ให้บริการในสหรัฐฯมานานเกือบ 20 ปี โดยต้องยุติการให้บริการภายใน 60 วัน

 

FCC ระบุเหตุผลในการตัดสินใจว่า ไชนา เทเลคอม อยู่ภายใต้การแสวงประโยชน์ อิทธิพล และการควบคุมโดยรัฐบาลจีน และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกบังคับให้ปฏิบัติตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน โดยไม่มีกระบวนการทางกฎหมายเพียงพอที่จะทำให้ได้รับการตรวจสอบความชอบธรรมผ่านระบบยุติธรรม นอกจากนี้การที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของและควบคุมบริษัท จะเพิ่มความเสี่ยงทั้งในแง่ความมั่นคงของชาติและการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากเป็นโอกาสให้บริษัทและรัฐบาลจีนเข้าถึง เก็บข้อมูล และรบกวนระบบการสื่อสารในสหรัฐฯได้

 

 

 

แต่โฆษกของ ไชนา เทลคอม กล่าวแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของ FCC และจะแสวงหาทางเลือกทุกทางเพื่อให้สามารถบริการแก่ลูกค้าได้ต่อไป

 

จากข้อมูลถึงปี 2562 ระบุว่า ไชนา เทเลคอมให้บริการแก่ลูกค้ามากกว่า 335 ล้านรายใน 110 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลจีนในสหรัฐฯ โดยครอบคลุมบริการทั้งเครือข่าย บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์บ้าน

แต่เมื่อเดือนเม.ย.2563 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ กล่าวหาว่า ไชนา เทเลคอม สอดแนมการใช้งานของชาวอเมริกันเชื้อสายจีน 4 ล้านคน นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเดินทางเยือนสหรัฐฯเฉลี่ยปีละ 2 ล้านคน นักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯราว 300,000 คน และธุรกิจของจีนในสหรัฐอีกกว่า 1,500 ราย

 

และในเดือนเดียวกัน FCC เคยเตือนอาจปิดกิจการของไชนา เทเลคอม อเมริกา, ไชนา ยูนิคอม อเมริกา, แปซิฟิก เน็ตเวิร์กส์ และคอมเน็ต โดยให้เหตุผลว่า เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ