ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ เข้าชี้แจง ต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.หลังนายกรัฐมนตรี สั่งให้หาข้อเท็จจริงคดีอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท รวมถึงพิรุธ คำสั่งอัยการไม่ฟ้อง "นิภา-ธนพล" เมียและลูกเสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

15 ตุลาคม 2564 นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ได้เข้าชี้แจง กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. สืบเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีหนังสือสั่งการมาที่ ป.ป.ท.ให้เป็นหน่วยงานแสวงหาข้อเท็จจริง คดีอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท หลังจากที่นายกฯ ได้รับคำชี้แจงจากสำนักงานอัยการสูงสุด และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม

 

ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ บอกว่า หลังจากที่เครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ 13 องค์กร ร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้แต่ละหน่วยงานตั้งคณะทำงาน ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ และความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ในคดีคือนางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ภรรยาและลูกชาย นายกำพล วิระเทพสุภรณ์

 

ที่ผ่านมา เครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ 13 องค์กร ต้องการทราบเหตุผลในคำสั่งนั้นเป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่ได้คำตอบคือ เป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่พวกเรา ยังไม่เห็นคำว่าโปร่งใส ซึ่งจะปรากฎได้อย่างไร มันก็ต้องปรากฎโดยการใช้ดุลพินิจไม่ฟ้องท่านใช้หลักฐานอะไรบ้าง คำตอบที่ได้มาโดยตลอดคือ ใช้ดุลพินิจถูกต้องตามกฎหมายเรารู้ว่าใช้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเป็นไปตามขั้นตอน 1-2-3-4 แต่เหตุผลที่ใช้ดุลพินิจเหล่านั้น คือเหตุผลอะไร

 

ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ บอกว่า ที่เราคาใจ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี พอท่านได้รายงานจากหน่วยงานต่างๆ ปรากฎว่าท่านไม่เป็นที่พอใจ จึงมีคำสั่งมาที่ ป.ป.ท.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าตกลงเรื่องราวนั้นเป็นมาอย่างไร ท่านไม่เห็นภาพรวมเลยว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เกิดอะไรขึ้น เพราะแค่หมายแดง จับนายกำพล ท่านนายกฯ ยังไม่รู้เลยว่ามันไม่มี 

รณสิทธิ์ แจง ป.ป.ท.มีกระบวนการแทรกแซงคดีอ่างวิคตอเรีย

ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ บอกด้วยว่า ท่านนายกฯ ยังไม่เห็นภาพรวม ดังนั้น วันนี้ (15 ต.ค.) ผมได้ให้ปากคำ ป.ป.ท.เขาก็ขอภาพรวม แต่เขาจะเน้นไปที่ว่า คำให้การของผมในชั้นสืบสวน ในชั้นศาล ให้การอย่างไรและคำพิพากษาออกมามันขัดแย้งอย่างไร และคำพิพากษาที่ออกมาขัดเย้งคือคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ 

รณสิทธิ์ แจง ป.ป.ท.มีกระบวนการแทรกแซงคดีอ่างวิคตอเรีย

คำพิพากษาที่ออกมาขัดแย้ง ปรากฎว่าอัยการเจ้าของคดีนำไปสู่การยื่นอุทธรณ์ อยู่ แต่ว่าปัญหาเกิดระหว่างยื่นอุทธรณ์ คดีไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ผู้ต้องหา ได้มาขอความเป็นธรรม ปัญหาคือทำไมอัยการถึงรับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม นั้น และพิจารณาถอนฟ้อง ถอนหมายจับ ในขณะที่คดียังไม่ถึงที่สุด นี่คือปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่ง

 

การที่อัยการขอถอนหมายจับ คุณนิภา มันทำให้เกิดผลเสียในคดี คือ ขณะที่ฟ้องร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยึดทรัพย์คุณนิภา ไว้ ถ้าถอนฟ้อง ถอนหมายจับ หมายความว่าทรัพย์เหล่านั้นก็จะคืนไปสู่เจ้าของ มันเสียหายต่อแผ่นดิน ต่อรูปคดี นี่คือสิ่งที่คาใจ พยายายามให้นายกรัฐมนตรีได้เห็นถึงความมีข้อบิดเบือน อยากให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นด้วยว่ามันมี ข้อบกพร่องหรือข้อสงสัยแบบนี้  

 

นักวิชาการหลายท่านที่เข้าไปคุยด้วย ต่างพูดทำนองเดียวกันว่านี่คือ "คดีบอส 2" เลย มีการพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เข้าไปแทรกแซงเปลี่ยนแปลงรูปคดี กรณีนี้มันจะไม่เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่เกิดในกระบวนการยุติธรรม ทุกๆ ขั้นตอน 

รณสิทธิ์ แจง ป.ป.ท.มีกระบวนการแทรกแซงคดีอ่างวิคตอเรีย

ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ บอกด้วยว่า กระบวนการยุติธรรมระบบศาลของไทยเรา ยังมี เพราะสุดท้ายศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษา มันเป็นคำพิพากษาที่เกินฟ้อง เพราะฉะนั้นศาลอุทธรณ์ท่านก็พิพากษาว่าเป็นคำพิพากษาที่มิชอบ และก็ลงโทษข้อหาค้ามนุษย์กับผู้ต้องหาทุกคน โดยที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น ลงโทษแค่คดีค้าประเวณี  

 

จะเห็นได้ว่า การแทรกแซงคดีค้ามนุษย์มันมีอยู่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้ามาแทรกแซงทำผิดให้เป็นถูก ยังมีอยู่ และพวกเหล่านั้น ยังไม่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

รณสิทธิ์ แจง ป.ป.ท.มีกระบวนการแทรกแซงคดีอ่างวิคตอเรีย