ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1-6 มีความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6(2) , 10 วรรคหนึ่ง , 52 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม โดยจำเลยที่ 2-5 ก็ยังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 11 วรรคสามด้วย , จำเลยที่ 1 ก็มีความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ 6 ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5 (1)-(4),25 การกระทำของจำเลยที่ 1-6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
ให้จำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 เดือน ฐานร่วมกันเข้าพักอาศัย หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และให้จำคุก จำเลยที่ 1,2,3,4,6 คนละ 12 ปี กับปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 1 ล้านบาท ฐานค้ามนุษย์ โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักสุด กับจำคุกจำเลยที่ 2,3,4 คนละ 12 ปี และปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 300,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณี ในสถาณการค้าที่มีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีทำการค้าประเวณี ส่วนจำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
รวมพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน และให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญา หมายเลขดำ คม.17/2561 ด้วย สำหรับจำเลยที่ 2,3,4 ให้จำคุก คนละ 24 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 1,300,000 บาท และจำเลยที่ 6 รวมจำคุกมีกำหนด 16 ปี ขณะที่ตามทางนำสืบของจำเลยทั้งหกเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงเห็นควรลดโทษให้ คนละ 1 ใน 3 จึงคงจำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 2,3,4 คงจำคุกคนละ 16 ปี , ปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 866,666 บาท , จำเลยที่ 6 จำคุก 10 ปี 8 เดือน และให้จำเลยที่ 1-6 ร่วมกันชดใช้เงิน ให้ผู้เสียหายด้วย รวมเป็นเงิน 1,812,805 บาท