ความล้มเหลวในการติดตามตัว "กำพล วิรเทพสุภรณ์" หรือ "เสี่ยกำพล" ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ในสถานบริการ อาบ อบ นวด วิคตอเรียซีเครท หนำซ้ำยังมีการดองเรื่องเพื่อขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด แต่คดีค้ามนุษย์ แบ่งเป็น 3 คดี คือ คม.24/2561 คม.25/2561 และคม.26/2561

อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 1 ยื่นฟ้อง นายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ) วินจักรยานยนต์รับจ้าง, นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือ "ป๋ากบ" อายุ 57 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือ "ป๋าติ๊ก" อายุ 69 ปี ผู้จัดการสถานบริการ , น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ อายุ 48 ปี ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจก.อัมรินทร์ ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6

ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4 ,6,9,10,11,52,53 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 มาตรา 3,4,6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4,9,11,53 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5,6,25,32 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282

3 ปี คดีค้ามนุษย์ อาบ อบ นวด "วิคตอเรีย ซีเครท" จบถึงไหน ..

27 สิงหาคม 2561 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 3  คนละ 3 ปี 4 เดือน ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และเป็นผู้ดูแล-ผู้จัดการสถานที่ค้าประเวณี , จำคุก น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ เป็นเวลา 8 เดือน และนายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือ หนู จำเลยที่ 5 ที่ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยให้ยกฟ้องจำเลยในข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 วินจักรยานยนต์รับจ้าง และ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 พิพากษาให้ยกฟ้อง

3 ปี คดีค้ามนุษย์ อาบ อบ นวด "วิคตอเรีย ซีเครท" จบถึงไหน ..

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1-6 มีความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6(2) , 10 วรรคหนึ่ง , 52 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม โดยจำเลยที่ 2-5 ก็ยังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 11 วรรคสามด้วย , จำเลยที่ 1 ก็มีความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ 6 ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5 (1)-(4),25 การกระทำของจำเลยที่ 1-6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป 

3 ปี คดีค้ามนุษย์ อาบ อบ นวด "วิคตอเรีย ซีเครท" จบถึงไหน ..

ให้จำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 เดือน ฐานร่วมกันเข้าพักอาศัย หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และให้จำคุก จำเลยที่ 1,2,3,4,6 คนละ 12 ปี กับปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 1 ล้านบาท ฐานค้ามนุษย์ โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักสุด กับจำคุกจำเลยที่ 2,3,4 คนละ 12 ปี และปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 300,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณี ในสถาณการค้าที่มีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีทำการค้าประเวณี ส่วนจำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

รวมพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน และให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญา หมายเลขดำ คม.17/2561 ด้วย สำหรับจำเลยที่ 2,3,4  ให้จำคุก คนละ 24 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 1,300,000 บาท และจำเลยที่ 6 รวมจำคุกมีกำหนด 16 ปี ขณะที่ตามทางนำสืบของจำเลยทั้งหกเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงเห็นควรลดโทษให้ คนละ 1 ใน 3 จึงคงจำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 2,3,4 คงจำคุกคนละ 16 ปี , ปรับจำเลยที่ 5  เป็นเงิน 866,666  บาท , จำเลยที่ 6 จำคุก 10 ปี 8 เดือน และให้จำเลยที่ 1-6 ร่วมกันชดใช้เงิน ให้ผู้เสียหายด้วย รวมเป็นเงิน 1,812,805 บาท

สำหรับคดีกล่าวหาสมคบค้ามนุษย์จากการค้าประเวณีเด็กในสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท สำนวนแรกนั้น คือ คดีหมายเลขดำ คม.24/2561 ซึ่งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ที่พิพากษาแก้โดยเพิ่มโทษจำคุก นายมนัส หรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 50 ปี และนายสมชาย หรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ทั้งสิ้น 120 ปี จำเลยรับสารภาพเหลือโทษจำคุก 60 ปี โดยรวมกับที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณีฯ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 62 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วให้จำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91  เป็นจำคุกคนละ 50 ปี และพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย 2 ราย สัญชาติเมียนมา คนละ 80,000 บาท รวม 1.6 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง 21 เม.ย. 2561 (เดิมศาลชั้นต้นยกคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน)  จำเลยขอฎีกา แต่จนถึงขณะนี้ ศาลฎีกา ยังไม่สั่งลงมา

3 ปี คดีค้ามนุษย์ อาบ อบ นวด "วิคตอเรีย ซีเครท" จบถึงไหน ..