ความล้มเหลวในการติดตามตัว "กำพล วิรเทพสุภรณ์" หรือ "เสี่ยกำพล" ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ในสถานบริการ อาบ อบ นวด วิคตอเรียซีเครท หนำซ้ำยังมีการดองเรื่องเพื่อขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด แต่คดีค้ามนุษย์ แบ่งเป็น 3 คดี คือ คม.24/2561 คม.25/2561 และคม.26/2561

คดีที่สอง คดีที่ คม.26/2561 เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2561 พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหาย3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 1.นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท 2.นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ 3.นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า 4.นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป 5.หจก.อมรินทร์ออนเซน 6.น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ และ 7.บริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ในความผิดฐานร่วมกันสมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี ความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.สถานบริการ และ ป.อาญา มาตรา 282, 283 ทวิ
คดีนี้ ศาลชั้นต้น อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 พิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท จำเลยที่ 1 นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3 นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี  6 เดือน  และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ สำหรับ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจก. เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ พิพากษายกฟ้อง

"9 มีนาคม 2563 นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ฯ พร้อมด้วยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม  (กต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบคำพิพากษา คดีวิคตอเรียซีเครท"

วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่์พิพากษาแก้เป็น ให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 68 ปี จำคุกจำเลยที่ 3-4 คนละ 62 ปี 8 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 รวม 68 ปี ปรับ 8,000 บาท และให้ปรับจำเลยที่ 5 จำนวน 3,978,666 บาท กับจำเลยที่ 7 จำนวน 3,970,666 บาท โดยตามกฎหมายแล้วให้ลงโทษจำคุกได้สูงสุด คนละ 50 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่เป็นเด็กสาวเฉพาะผู้เสียหายที่ 2-3 คนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง

คดีนี้เหตุเกิดระหว่างต้นเดือน ธ.ค. 2560 - 12 ม.ค. 2561 พวกจำเลยสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป “ค้ามนุษย์" โดยวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นธุระจัดหาหญิงสาวชาวไทย 2 คน และชาวเมียนมาร์ 7 คน อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อการค้าประเวณีเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น
คดีนี้ คำตัดสินศศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด แต่จำเลยขอฎีกา คดีจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ว่าจะอนุญาตหรือไม่