คนบอกโกลักเป็นคู่ปรับผม ขอบอกว่า คนละรุ่น มวยคนละชั้น CNN เรียกผมว่า “Pimp” ผมบอกว่ากรุณาอย่าดูถูก ให้เรียกผมว่า “Super Pimp” คดีที่ทำให้ผมติดคุกเป็นคดีรื้อบาร์เบียร์ กรรมเก่ามันมีเลยเข้าไปชดใช้ ไม่เคยคิดหนี ติดก็ติด
นี่ยังเหลือเจ้าพ่อรัชดาค้าเด็กอีกคน นาม “กำพล เดอะลอร์ด” ผู้กว้างขวางในวงการ เพราะเป็นนักเลงพระอันดับต้นของเมืองไทย แค่เก็บพระเบญจภาคีมูลค่าก็หลายร้อยล้านแล้ว รายนี้เล่นเอาเด็กอายุ 13 ปีเท่านั้น มาทำงาน โดนข้อหาเดียวกับโกลัก
ทิ้งลูกน้องติดคุกหัวโต แต่ตัวเองรอด ใช้ “ปาฏิหาริย์ของกฎหมายไทย” ถอดแบบจากคดี บอส กระทิงแดง เปี๊ยบ วิ่งจนลูกเมียหลุด ส่วนเจ้าตัวรอเรื่องเงียบๆ จังหวะดีๆ มีคนใจถึงกล้าเซ็นให้ก่อนเกษียณ คงได้เดินปร๋อเต็มปอดเสียที ไม่ต้องใส่หน้ากากเดินหลบอยู่แถวรังสิต ใกล้ๆ นี่อีกเหมือนกัน
ตำรวจยุคของท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตามจับให้ได้ที ยิ่งได้ผู้การใหม่ไฟแรงอย่าง “ผู้การตุ้ม” พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้บังคับการกองบังคับการปรามปรามการค้ามนุษย์ ลูกน้องข้างกาย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล คนจริง พูดน้อย ต่อยหนัก ขอให้ตามจับได้อีกคน ปิดบัญชี เส้นทางเจ้าพ่อรัชดาเรียงแถวเข้าคุกกันให้หมด จะได้เท่าเทียมกัน ใหญ่แค่ไหนก็จับ
ติดคุกยังมีวันออก แต่หากหนี ก็ต้องหนีตลอดชีวิต เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น มีเงินน้อยหน่อย แต่มีอิสรภาพ ดีกว่ามีเงินมาก แต่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีวันจบ โชคดี ที่ผมเลิกเสียก่อนตอนรุ่ง ดีกว่าเลิกตอนมีหมายจับมาแปะหน้าบ้าน
อยู่เมืองไทยต้อง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” สุภาษิตนี้ ผมท่องทุกเช้าเย็น แปะไว้ที่ข้างฝาบ้าน ยังใช้ได้ทุกวงการ ตั้งแต่ “รัชดา” ไปยันทำเนียบ “นารีสโมสร”