สำหรับโครงการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรกจะถมดินโดยนำเงินก้อนแรกที่ได้ก่อนและทำการอาคารหอศิลป์ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท สามารถรองรับงานไทยแลนด์อาร์ตเบียนนาเล่ เชียงราย ได้ และเฟสที่ 2 สร้างอาคารใหญ่คาดว่าใช้เวลาอีก 2 ปี ด้วยงบประมาณไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทหรือ 100 ล้านบาท เพื่อให้เป็นหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงรายที่สมบูรณ์ ซึ่งขอเชิญชวนเศรษฐีชาวเชียงรายให้ร่วมบริจาคเพราะเท่าที่เห็นมีแต่ผู้บริจาคที่เป็นคนกรุงเทพฯ ส่วนตนนั้นจะขอสร้างผลงานอีก 3 ปี โดยปัจจุบันตนอายุ 67 ปีเมื่อครบ 70 ปีก็ประกาศจะวางมือ โดยจะขออยู่อย่างเงียบๆ รอคอยความตายเพราะถือว่าเพียงพอแล้ว
“ผมได้วางแผนจะทำ 3 เรื่องให้แล้วเสร็จคือ 1.หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงรายดังกล่าวซึ่งหากเฟส 2 แล้วเสร็จจะมีงานปฏิมากรรมที่ยิ่งใหญ่ และโดดเด่นสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลและจากเครื่องบิน ภายในมีสถานที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะจากศิลปินจากทั่วโลก มีหอแสดงลักษณะเธียร์เตอร์เพื่อให้ศิลปินประเภทนาฏกรรม ดนตรี ได้จัดแสดงเพื่อให้มีงานศิลปะครบถ้วนทุกสาขานอกเหนือไปจากสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม 2.หมู่บ้านศิลปิน โดยตกลงกับนายทวีชัยให้ขายที่ดินบางส่วนในราคาถูกเพื่อให้ศิลปิน 40 คน ได้ซื้อเพื่อนำไปสร้างบ้าน โดยเป็นศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกและมีบ้านเช่าสำหรับศิลปินทั่วโลกจำนวน 5 หลัง โดยกรณีบ้านเช่าศิลปินในต่างประเทศ มีห้อง อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก แต่ที่ประเทศไทยมีเพียงแค่กรุงเทพฯ เพียง 3 ห้องซึ่งไม่เพียงพอ ซึ่งบ้านเช่าศิลปินสามารถสร้างเงินเข้าประเทศได้จำนวนมากเพราะคิดค่าเช่ากันแพงมากโดยมีตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่น เยอรมัน และ 3.สนับสนุนโรงพยาบาลเรื่องอุปกรณ์การผ่าตัดสมอง ” อ.เฉลิมชัยกล่าว
โดย ณัฐวัตร ลาพิงค์ / เชียงราย