รองโฆษก ตร. แจงกรณีหลอกลงทุน Nas App ตำรวจไซเบอร์ อยู่ระหว่างสืบขยายผล ชี้ตัวกลุ่มผู้ต้องหา หลังรวบรวมพยาน สอบปากคำพยาน ไปแล้วหลายปาก โดยจะเร่งรัดดำเนินการกับผู้กระทำผิดทุกราย และที่เกี่ยวข้อง ตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

วันที่ 9 ตุลาคม 2564 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง โฆษก ตร.) ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีหลอกลงทุน Nas App และเตือนภัยการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชนห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยเกี่ยวกับภัยการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ประสานการปฎิบัติ พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย 

 

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล พร้อมสั่งการและกำชับไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้ถึงภัยทางออนไลน์ และให้ทำการสืบสวนสอบสวน ปราบปรามอาชญากรรม กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด จริงจัง เห็นผลเป็นรูปธรรม

โดยในปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับนโยบายของหน่วยงานและบริษัทต่างๆ ที่ส่งเสริมการ Work From Home ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน และทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อหาประโยชน์ในทางทุจริต การหลอกลวงหลากหลายรูปแบบ ทั้งการหลอกลงทุน การหลอกขายสินค้า สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง เช่น Nas App

 

ปัจจุบันมีผู้เสียหายที่ได้แจ้งข้อมูลผ่าน Google Form และ QR Code มายัง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) แล้ว 5,400 กว่าราย พบมูลค่า ความเสียหาย 680 กว่าล้านบาท ความคืบหน้าในการดำเนินคดี ขณะนี้ บช.สอท. อยู่ระหว่างทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลพิสูจน์ทราบถึงตัวกลุ่มผู้ต้องหาที่กระทำความผิด รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยาน ไปแล้วหลายปาก โดยจะเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุดต่อไป

 

“ขอให้ผู้เสียหายเตรียมเอกสาร สลิปการโอนเงิน ข้อมูลการแชท หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยจะมีการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป”

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า การกระทำของเหล่ามิจฉาชีพ ที่หลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากจะส่งผลกระทบในวงกว้างและเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

รองโฆษก ตร. จึงขอฝากประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงลงทุน การซื้อขายสินค้าออนไลน์หรือการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ขอให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ดีเสียก่อน หลีกเลี่ยงการลงทุนหรือข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินกว่า จะเป็นไปได้ ทั้งนี้หากประชาชนพบข้อมูลเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง บช.สอท. หรือหมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“กฤษณะ” แจงคดีหลอกลงทุน Nas App บช.สอท.เร่งทำสำนวน