โลกโซเชียลเดือดอีกครั้งหลังมีกระแส “นักเรียนไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์” เพราะฟังข้อมูลจากแอพดังอ้างฉีดแล้วเสี่ยงตายทำให้ ดีเอ็นเอกลายพันธุ์

ดราม่าอีกอีกแล้วสำหรับกรณีวัคซีนโควิด-19 ในเด็กนักเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ให้นักเรียนอายุระหว่าง 12 –8 ปี เริ่มฉีด “วัคซีนไฟเซอร์” ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป  

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

ซึ่งล่าสุดได้มีดราม่าเกิดขึ้นนักเรียนบางส่วนปฏิเสธที่จะฉีด “วัคซีนไฟเซอร์” บางส่วนอ้างว่าผู้ปกครองไม่อนุญาต บางส่วนอ้างว่าเพราะกฎระเบียบในการเข้าฉีดวัคซีนมีมากเกินไป เช่น มีบางข้อระบุว่านักเรียนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน นักเรียนชายต้องตัดผมให้เรียบร้อย , นักเรียนหญิงรวบผมให้เรียบร้อยเนื่องจากต้องพบเจอหลายโรงเรียนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

 

และบางส่วนเชื่อข้อมูลจากบางแอคเค้าท์ในแอพ “TikTok” ที่บอกว่า “วัคซีนไฟเซอร์” ไม่ดีฉีดแล้วอาจตายได้ และมีประสิทธิภาพไม่ต่างจาก “วัคซีนซิโนแวค”

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

 

เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยมีการตั้งแท็ก #ไฟเซอร์นักเรียน เช่น ตอนแรกเรียกร้องหา Pfizer กันแทบตายสุดท้ายมาเชื่ออะไรใน tiktokแล้วปฏิเสธวัคซีนกัน เออสู้ๆ #ไฟเซอร์นักเรียน , สำหรับคนที่บอกว่าฉีดไม่ฉีดมันก็เป็นเรื่องของเค้าแต่อย่าลืมนะคะว่ามันก็เป็นเรื่องของส่วนรวมด้วยเหมือนกัน เพราะยังไงก็ต้องได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเหมือนเดิมมีวัคซีนฟรีมาให้ขนาดนี้แล้วก็ฉีดเถอะค่ะ #ไฟเซอร์นักเรียน

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

 

ขณะที่ที่บางส่วนก็ได้นำข้อมูลที่อ้างอิงผลงานวิจัยที่ระบุว่า “วัคซีนไฟเซอร์” ได้ผ่านการรับรองจาก WHO ว่าปลอดภัยในเด็ก ขออย่าตื่นกลัวในเรื่องนี้

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์

 

อย่างไรก็ตามสำหรับแผนการฉีดโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนอายุระหว่าง 12-18 ปี จะเริ่มในวันที่ 4 ต.ค. เป็นต้นไป ตามหลักความสมัครใจที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เบื้องต้นมีนักเรียนประสงค์ฉีดวัคซีน 3,600,000 คน คิดเป็นร้อยละ 71 จากทั้งหมดกว่า 5,000,000 คน จะเริ่มฉีดให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม 15,465 แห่ง ใน 29 จังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี

 

ดราม่าหนัก! กระแส “นักเรียนไม่ฉีดไฟเซอร์” อ้างเสี่ยงตายทำให้กลายพันธุ์