เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีต สว.ปลุกรัฐบาลยกเครื่อง-อุดช่องโหว่มาตรการครอบครองปืน

08 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.ปลุกรัฐบาลยกเครื่อง-อุดช่องโหว่มาตรการครอบครองปืน

"สุรเดช" ชี้ถึงเวลายกเครื่องมาตรการครอบครองปืน-กวาดล้างปืนเถื่อนผิดกฎหมาย ตรวจสุขภาพจิตผู้ถือ ลดความเสี่ยงก่อเหตุกราดยิง พร้อมติดเครื่องตรวจอาวุธในที่สาธารณะ

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงเหตุกราดยิงในโรงเรียน จ.นนทบุรี จนเป็นเหตุให้ครูและนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายรายว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงความเป็นห่วงต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงและเหตุกราดยิงในสถานศึกษา ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ในอดีตหลายรัฐบาล ที่ประกาศถอดบทเรียน และจัดทำแผนป้องกันอย่างจริงจัง แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่เป็นระยะ และทุกวันนี้มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนเหล่านี้ยังอยู่หรือไม่ มีการซักซ้อมและความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัยยังมีอยู่หรือไม่ และมีการติดตามผลอยู่เป็นประจำหรือไม่ ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ ไม่ควรโยนให้เป็นภาระของครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่ควรมีผู้ที่ดูแล และทำหน้าที่เฉพาะด้านนี้โดยตรงในทุกโรงเรียน
 

นายสุรเดช ยังเห็นว่า เหตุการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความง่ายในการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย ที่มาตรการต่าง ๆ ยังไร้สภาพบังคับ มีช่องว่างทางกฎหมายเปิดกว้าง และยังไม่นับรวมตลาดปืนเถื่อน และการสั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า การป้องกันยังคงหละหลวม และไม่ตรงจุดเท่าใดนัก โดยเสนอให้รัฐบาล ปฏิรูประบบคัดกรองและตรวจสอบผู้ครอบครองปืนอย่างเข้มงวด ตรวจประเมินสุขภาพจิตและสภาวะอารมณ์โดยจิตแพทย์เป็นประจำทุกปีสำหรับผู้ถือครองปืนทุกราย และเดินหน้ากวาดล้าง และควบคุมช่องทางการเข้าถึงปืนเภื่อน ปราบปรามปืนเถื่อน เพิ่มโทษทางอาญาขั้นสูงสุด สำหรับผู้ค้าและผู้ครอบครองปืนผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา ติดตั้งเครื่องจับโลหะและอาวุธก่อนเข้าพื้นทึ่สาธารณะ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น
 

นายสุรเดช ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องดำเนินการมาตรการเหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่แข็งขันเฉพาะตอนเกิดเหตุใหม่ ๆ ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์เศร้าสลดใจจะเกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ ดังนั้น การตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลต้องเด็ดขาด และการบังคับใช้นโยบายควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนไม่ใช่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลต้องมองภาพกว้าง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบเรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องอื่น ๆ จำนวนมาก เนื่องจากมีการนำเสนอข่าวไปทั่วโลก รัฐบาลต้องเข้มงวด อย่ามองเพียงแค่จุดเดียว ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจประเทศย่ำแย่แล้ว จะยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติม
 

ข่าวล่าสุด