ฉาย กล่าวว่า ส่วนที่ 2 คือ การลดค่าใช้จ่ายตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ โดยปรับโครงสร้างการทำงานโดยใช้ AI แม้อาจจะไม่สามารถทดแทนงานข่าวได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการปรับลดจำนวนพนักงานลงบางส่วน เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัว โดยบริษัทฯ มีการปรับลดพนักงานลงจาก 1,056 คนในปี 2566 เหลือ 778 คนในปี 2569 ซึ่งภายหลังจากปรับโครงสร้างจนองค์กรมีความกระชับ ส่งผลให้บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในครึ่งปีแรกของ 2569 สามารถลดต้นทุนได้ถึง 85 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ถ้ารวมทั้งปีน่าจะลดต้นทุนได้เกือบ 200 ล้านบาท
“การบริหารต้นทุนที่ลดลง มีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีกำไร ขณะเดียวกัน มีการทำให้พนักงานสร้าง Productivity ให้องค์กรมากขึ้น ผมเชื่อว่าทุกคนในองค์กรทำงานหนักมาก ถึงวันนี้ในไตรมาสที่ 2 เรามีกำไร ผมคิดว่าเราผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว”
ประธานและซีอีโอ เนชั่น กรุ๊ป กล่าวถึงทิศทางในอนาคต คือ การเดินหน้าสู่การเป็นบริษัท "มีเดียเทค" (Media Tech) อย่างเต็มตัว เพราะในโลกปัจจุบันทุกธุรกิจต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบการทำงาน ซึ่งรายละเอียดในเชิงลึกจะมีการพูดถึงต่อเนื่องในแผนของปีหน้า
เนชั่น กรุ๊ป มีแผนเพิ่มสรรพกำลังในหน่วยงานตามยุทธศาสตร์ที่สามารถไปต่อกับแผนธุรกิจได้ ประกอบด้วย กลุ่มงานครีเอทีฟ ผู้สื่อข่าว และ Content Creator โดยมีการประกาศเปิดรับพนักงานกว่า 60 อัตรา มุ่งเฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบ Agile Intelligent มีความคล่องตัวสูง ปรับตัวได้ดี และสามารถทำงานร่วมกับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
ฉาย ให้ความสำคัญกับหัวใจสำคัญขององค์กร 3 เรื่อง คือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ทุนมนุษย์หรือ Workforce ขององค์กร และเทคโนโลยี ซึ่งหากบริษัทฯ แข็งแกร่งในทั้งสามส่วนนี้ ก็จะเป็น Key Success Factor ขององค์กร
“เนชั่น กรุ๊ป จะยังคงเป็นสื่อกระแสหลักที่อยู่เคียงข้างสังคมไทยต่อไป เราจะผลิตคอนเทนต์เชิงสร้างสรรค์ โดยมีหลักวิชาชีพและธรรมาภิบาล คือ Nation Way กำกับผ่านกองบรรณาธิการที่เข้มแข็งของเรา แผนในอนาคตจึงต้องเหยียบคันเร่งต่อ ไม่สามารถผ่อนคันเร่งได้ เราต้องสร้างกล้ามเนื้อ เสริมทรัพยากรในหน่วยงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่ที่วางไว้ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”