ศาลปกครองเบรกเลื่อน เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เดินหน้า 27 ก.ย.
08 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ศาลปกครองกลางสั่งทุเลาประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ สปส. พร้อมเปิดข้อมูล ยันไม่กระทบบริหารงานรัฐ ทีมก้าวหน้าจี้เดินหน้าหย่อนบัตร 27 ก.ย.
ข่าว
08 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ศาลปกครองกลางสั่งทุเลาประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ สปส. พร้อมเปิดข้อมูล ยันไม่กระทบบริหารงานรัฐ ทีมก้าวหน้าจี้เดินหน้าหย่อนบัตร 27 ก.ย.
KEY
POINTS
8 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งด่วนกลางดึก ทุเลาประกาศชะลอการ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังไต่สวนมาราธอนกว่า 7 ชั่วโมง ชี้สำนักงานประกันสังคมมีความพร้อมจัดการข้อมูล โดยคำสั่ง ศาลปกครอง ครั้งนี้ส่งผลให้ประกาศเลื่อนเลือกตั้งไร้ผลชั่วคราว เปิดทางให้ผู้ประกันตนเตรียมหย่อนบัตรตามกำหนดเดิมวันที่ 27 ก.ย.นี้ ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี แกนนำ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เรียกร้องรัฐบาลหยุดยื้อเวลา และเร่งคืนอำนาจตัดสินใจงบ 3 ล้านล้านบาท ให้ผู้ใช้บริการ ประกันสังคม ทุกฝ่าย
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 69 เวลา 23.15 น. ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งสำคัญในคดีหมายเลขดำที่ 1320/2569 โดยให้ทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกันสังคม เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
โดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sustarum Thammaboosadee ระบุว่า วันนี้ใช้เวลาให้การต่อศาลปกครองกลาง 10.00-17.00 น. และรอคำสั่งศาลถึง 23.00 น. ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทุเลาการบังคับใช้ประกาศชะลอการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ผู้ร้องทั้ง 14 คน ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะ ประกันสังคมต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป
สำหรับเบื้องหลังการไต่สวนมาราธอน 7 ชั่วโมง รายงานระบุว่า ก่อนจะมีคำสั่งดังกล่าว ศาลปกครองกลางได้ใช้เวลาพิจารณาคดี และไต่สวนคำร้องอย่างละเอียดตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง 17.00 น. โดยคู่กรณีต้องรอฟังคำสั่งศาลจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 23.00 น.
เหตุผลสำคัญที่ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ให้ถ้อยคำต่อศาลว่า เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บและรักษาฐานข้อมูลทะเบียนผู้ประกันตนทั้ง 3 ประเภทให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และมีความพร้อมที่จะดึงข้อมูลแยกตามรายจังหวัดได้ทันทีที่ต้องการ ศาลจึงเห็นว่าการมีคำสั่งทุเลาการบังคับประกาศพิพาท "ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ"
สืบเนื่องจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำทีมผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้าง ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม (กกต.) และขอให้ศาลสั่ง กกต. ให้จัดการเลือกตั้งตามปกติในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ตามเดิม
เมื่อคำขอวิธีการชั่วคราวของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสี่ครบเงื่อนไขทั้งสามประการ กรณีจึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 ก.ค.2569 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับ ข้อ 22 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ.2543 จึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 ก.ค.2569 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ระบุว่า ที่ผ่านมามีความพยายาม "ยื้อเวลา" มาโดยตลอด ทั้งที่บอร์ดชุดเดิมหมดวาระไปนานแล้ว และการเตรียมการเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 70% เหลือเพียงขั้นตอนการหย่อนบัตรเท่านั้น พร้อมเปรียบเทียบการกระทำของ กกต.สปส. ที่สั่งชะลอการเลือกตั้งทั้งหมดว่าเหมือน "หนุมานเหาะเกินลงกา" เนื่องจากศาลไม่ได้สั่งให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่เพียงสั่งทุเลาเงื่อนไขเรื่องการลงทะเบียนก่อนเลือกตั้งเท่านั้น
และยังได้ฝากข้อความถึง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีแรงงานว่า ข้าราชการมักจะให้ข้อมูลในลักษณะที่ทำให้รัฐมนตรีที่มีอนาคตไกลต้อง "ตกม้าตาย" จึงขอให้รับข้อเสนอไปพิจารณาเพื่อเดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามวันและเวลาเดิมในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยไม่เลื่อนออกไป
"เราต้องมีบอร์ดที่มีอำนาจเต็ม เพื่อเข้าไปบริหารงบลงทุนกว่า 3 ล้านล้านบาทของผู้ประกันตน หากไม่มีการเลือกตั้ง จะเป็นการคืนอำนาจให้ข้าราชการทำต่อไป ซึ่งเราต้องรักษาผลประโยชน์ตรงนี้ไว้" นายษัษฐรัมย์ กล่าวทิ้งท้าย